ภูมิภาค
ดราม่าพลิก! ผู้เสียหายยืนยันตำรวจศรีสะเกษดูแลดี ปัดใช้ถุงดำข่มขู่ผู้ต้องหา
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ผู้เสียหายในคดีซื้อขายรถยนต์มือสอง ออกมายืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ไม่ได้มีพฤติกรรมใช้ “ถุงดำ” หรืออาวุธปืนข่มขู่รีดทรัพย์ตามที่มีการร้องเรียน พร้อมระบุว่าข้อกล่าวหาบางส่วนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ขณะที่รองผู้กำกับการสืบสวนฯ ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีผู้เสียหายจากธุรกิจเต็นท์รถมือสอง เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม โดยกล่าวอ้างว่าถูกตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ข่มขู่ ใช้อาวุธปืน และเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี
ต่อมา นางณี (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นคู่กรณีในคดี ออกมาชี้แจงว่า เหตุเริ่มจากเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ตนได้ซื้อรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ จากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ในราคาคันละ 345,000 บาท ก่อนถูกกลุ่มชายขับรถติดตามและนำรถหลบหนีไป หลังเกิดเหตุจึงประสานตำรวจให้ช่วยติดตาม
ภายหลัง เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำรถกลับมาขายต่อให้บุคคลใกล้ชิดของตน ตนจึงแจ้งตำรวจวางแผนเข้าจับกุม และมีการพูดคุยเรื่องค่าเสียหายกันที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ โดยระบุว่า ตนเป็นฝ่ายเรียกค่าเสียหายเอง เริ่มต้นที่ 500,000 บาท ก่อนตกลงกันที่ 345,000 บาท ซึ่งมีการจ่ายมาแล้ว 100,000 บาท ส่วนที่เหลือยังไม่ชำระ
นางณี ยืนยันว่า ระหว่างอยู่ในห้องสืบสวน ไม่พบว่าตำรวจมีพฤติกรรมใช้ถุงดำคลุมศีรษะ ข่มขู่ หรือรีดเงินตามที่ถูกร้องเรียน พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ดูแลทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกควบคุมตัวเป็นอย่างดี มีการจัดหาอาหารและที่พักให้ตามเหมาะสม และไม่มีการใช้ความรุนแรง
ด้าน พ.ต.ท.ศราวุฒิ คำน้อย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยอาวุธที่ใช้เป็นอาวุธประจำกายของทางราชการ ไม่ใช่อาวุธสงครามผิดกฎหมายตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ส่วนกรณีที่มีการใช้อาวุธปืนเล็งไปยังรถผู้ต้องหา รอง ผกก.สืบสวนฯ ชี้แจงว่า เป็นการควบคุมสถานการณ์ระหว่างเข้าจับกุม หลังผู้ต้องหาพยายามขับรถหลบหนีและมีพฤติการณ์ต้องสงสัย แต่ยืนยันว่า ไม่มีการนำปืนจ่อศีรษะผู้ต้องหาแต่อย่างใด
สำหรับประเด็น “ถุงดำ” เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ตำรวจระบุว่า เงินที่มีการพูดถึง เป็นการเจรจาชดใช้ค่าเสียหายระหว่างคู่กรณี ไม่ใช่การเรียกรับทรัพย์จากเจ้าหน้าที่ และหากพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จจนทำให้หน่วยงานเสียหาย ก็อาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับป้ายทะเบียนและเอกสารการครอบครอง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- แข่งตกกุ้งยักษ์ คนครึ่งพันร่วมแข่งแน่นคลอง 13 "นายกแจ๊ส" ยกระดับดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ 23 พ.ค. 2569
- สลดกลางดึก! สาวขับเก๋งหลับใน พุ่งชนวงสังสรรค์บ้านริมถนน ดับคาที่ 2 ศพ เจ็บ 3 23 พ.ค. 2569
- หนีแตกจากลาว! แก๊งพนันหอบมือถือ 127 เครื่องกลับไทย 23 พ.ค. 2569
- กล้วยย่างทรงเครื่อง ทีเด็ดน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง ท็อปปิ้งแน่น ขายดีวันละกว่า 2,000 ลูก 23 พ.ค. 2569
- ฝนถล่มไทยต่อเนื่อง! เหนือ-อีสานบน-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าทะลัก 23 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ขอนแก่นเปิดศึกเรือเร็วโลก “BGC Powerboat Grand Prix 2026” ดันบึงหนองโคตรสู่แลนด์มาร์กกีฬา 21:15 น.- รอง ผบ.ตร.ลุยเกาะพะงัน ทลายนอมินีต่างด้าวรอบ 2 ยึดที่ดินตรวจสอบอื้อ 21:09 น.
- ฝนถล่มชุมพร กระบะขนญาติเสียหลักชนสนั่น ดับ 6 ศพ 20:59 น.
- “หัวหิน” คึกคัก! เต้นมันส์ สนั่นราง โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นสถานีรถไฟหัวหิน 20:40 น.
- รวบยกแก๊งวัยรุ่นไล่ยิงกลางเมือง เด็ก 14 รับออมเงินซื้อปืนออนไลน์ 20:35 น.


