วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 02:56 น.

ภูมิภาค

หนึ่งเดียวในโลก “ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก” วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.21 น.

“ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก”  ตั้งอยู่ที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน หมู่ที่ 2 ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นธรรมาสน์ศิลปะญวนอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยรูปปั้นสิงห์ยืนแบกบุษบก (มณฑปสำหรับพระสงฆ์นั่งเทศน์) ซึ่งมีเอกลักษณ์และเป็นหนึ่งเดียวในโลก
              

วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ มีธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก ที่เก่าและแปลก สร้างประมาณปี พ.ศ. 2468-2470 เป็นงานศิลปกรรมที่เกิดจากการผสมผสานความคิดแบบไทยกับฝีมือของช่างญวน รูปแบบจะก่อด้วยปูนเขียนสีด้วยลายต่างๆ พร้อมงานจิตรกรรมฝ้าเพดานศาลาการเปรียญเป็นธรรมมาสน์ที่แปลกและมีอยู่หลังเดียวในประเทศไทย โดยพระอุปัชฌาวงศ์  เจ้าอาวาสในสมัยนั้น และได้ให้ชาวญวน (ชาวเวียดนาม) ชื่อ เวียง หรือชาวบ้านเรียกว่า แกวเวียง ซึ่งมาขออาศัยอยู่ภายในวัด มาเป็นผู้สร้างธรรมมาสสิงห์ในส่วนฐานจนถึงยอดธรรมมาส ส่วนงานบันไดนาค รั้วกั้นพร้อมกับเสาหงษ์ เป็นฝีมือของพระอุปัชฌาวงศ์พรหมฺสโร ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก เป็นธรรมมาสน์ที่มีเอกลักษณ์และความเชื่อในแบบไทยและญวณ ซึ่งได้รับอารยะธรรมมาจากจีนและสังเกตเห็นได้ว่าลวดลายต่างๆของธรรมมาสน์นั้นมีการสื่อถึงความเชื่อของไทยและญวณในรูปแบบจีนอยู่ในงานศิลปกรรมนั้น

 


              
ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก  ตั้งอยู่ภายในศาลาการเปรียญมีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตก ศิลปะพื้นเมือง และศิลปะจีน ผ่านฝีมือช่างชาวเวียดนามเป็นประติมากรรมรูปสิงห์แบบสิงโตจีนขนาดใหญ่ก่ออิฐถือปูนสูงจากพื้น รองรับบุษบกในผังสี่เหลี่ยมประดับปูนปั้น ทาสีสันสดใส ฐานชั้นแรกของธรรมาสน์เป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1.80-2.80 เมตร บริเวณล่างหน้ากระดานซึ่งรองรับขาสิงห์ ประดับประติมากรรมปูนปั้นรูปต่างๆ โดยด้านหน้าของฐานหน้ากระดาน เป็นประติมากรรมพระพุทธรูปซึ่งมีนกเกาะอยู่บนพระเพลา รูปสตรีอุ้มเด็ก รูปบุรุษสูงอายุยืนถือไม้เท้า และช้าง สันนิษฐานว่าประติมากรรมเหล่านี้แสดงเรื่องพระเวสสันดรชาดก นอกจากนี้บริเวณฐานหน้ากระดานยังมีประติมากรรมปูนปั้นประกอบอื่นๆ อีก เช่น รูปบุคคล เทวดา หรือบุคคลขั้นสูง และรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ม้า งู และจระเข้
             
ตัวสิงห์ อยู่ในลักษณะยืน สูงประมาณ 1.50 เมตร ลำตัวยาว 1.80 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวสีขาวเขียนเป็นลายเกล็ดสีน้ำเงินสลับเหลือง ประดับปูนปั้นแบบนูนต่ำเขียนสีฝุ่นลาพรรณพฤกษา บริเวณแผงคอและดวงตาทั้งสองข้างประดับกระจก บริเวณสะโพกมีลายเมฆแบบจีน ส่วนหางมีลักษณะคล้ายหางนกในศิลปะจีน มีลายเมฆประดับอยู่ตามขนหาง ด้านหัวสิงห์อ้าปาก มีหงอนเป็นกระหนกเปลวขนาดลดหลั่นกันที่หลังสิงห์เทินบุษบกทรงสี่เหลี่ยมสูงจากพื้น 1.40 เมตร

 


             
หลังคา ซ้อนชั้นเสากลมมีบัวรองรับ ส่วนหัวเสาทำเป็นบัวหงาย ตัวเสามีลายมังกรนูนต่ำพัน ผนังทั้งสี่ด้านเจาะเป็นช่องโค้งบริเวณผนังประดับด้วยลวดลายปูนปั้นนูนต่ำเขียนสีฝุ่น ผนังธรรมาสน์ด้านทิศเหนือ คือ ฝั่งซ้ายของตัวสิงห์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นเขียนสีเป็นภาพเทวดาและนาฟ้าประดับด้วยลวดลายในศิลปะจีน รูปสัตว์ท่ามกลางพรรณพฤกษา ส่วนล่างของนางฟ้าเป็นรูปหงส์ด้านที่ปรากฏภาพเทวดาเป็นภาพเสือคาบดอกไม้ และมีนกเกาะอยู่บนตัวมังกร ผนังธรรมาสน์ด้านทิศใต้ คือ ฝั่งขวาของตัวสิงห์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นเขียนสีเป็นรูปนกท่ามกลางพรรณพฤกษา ด้านหนึ่งมีภาพทหารพนมมืออีกด้านหนึ่งทำเป็นภาพทหารกระทำวันทยหัตถ์แสดงความเคารพ ผนังธรรมาสน์ด้านทิศตะวันออก ประดับภาพปูนปั้นภาพบุคคลแต่งกายอย่างชาวจีน ไว้ผมเปียยางบุคคลนุ่งโจงกระเบน และบุคคลแต่งชุดสากล ผู้ชายสวมหมวกและผู้หญิงสวมหมวกกระโปรง และมีลายพรรณพฤกษา โดยมีภาพนกแทรกอยู่ ผนังธรรมาสน์ด้านทิศตะวันตก
               
ด้านหลังของตัวธรรมาสน์เป็นลวดลายปูนปั้นรูปนกเกาะอยู่บนกิ่งไม้ รูปบุคคลยืนบนช้างและรูปเทวดายืนบนม้า มีบานหน้าต่างไม้ฉลุทางสีทอง เครื่องบนของธรรมาสน์เป็นเครื่องไม้โดยทำเป็นชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป 3 ชั้น มีการฉลุและแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ มีทั้งภาพสัตว์ในวรรณคดี เทวดา นก ลายพรรณพฤกษา และลวดลายซึ่งใช้ประกอบในศิลปะไทย ลวดลายเหล่านี้ตากแต่งด้วยการปิดทองและเขียนสีบนพื้นที่สีแดงและบางส่วนยังประดับกระจกสีอีกด้วย

 


              
ห้องที่ 1 เขียนเป็นภาพตารางขนาดใหญ่อยู่กลางและมีนาคพันอยู่ในรอบ ด้านข้างเขียนเป็นภาพบุคคลดันวงล้อ และมีภาพมังกรคายลายพรรณพฤกษา ห้องที่ 2 เขียนเป็นภาพพระราหู ดอกไม้ ใบไม้และรูปสัตว์และช่องเล็กเขียนรูปดวงดารามีภาพบุคคลแลสัตว์ประกอบ  ห้องที่ 3 เป็นภาพดวงดาราขนาดใหญ่ล้อรอบด้วยกามเทพหรือคิวปิดบริเวณด้านข้างของดาราเขียนภาพพญานาคพันกายมนุษย์ ตัวพญานาคคายพรรณพฤกษามีรูปสัตว์ได้แก่ เต่า กิเลน มังกร และหงส์ ประกอบอยู่ส่วนอีกด้านมีบุคคลนั่งอู่บนพญานาค 2 ตัว กำลังอุ้มเด็กและเทินถาดผลไม้  ห้องที่ 4 เป็นภาพดวงดาราขนาดใหญ่ กลางดวงดาราเป็นรูปสตรีฟ้อนรำบนตัวหงส์แบบจีนด้านข้างเป็นภาพเทพและอสูรกำลังรบกัน และพบว่าสีที่นิยมเขียนเป็นหลัก คือ ฟ้าคราม เหลือง แดง เขียว ขาว ดำ ลักษณะการเขียนภาพมีความงดงามตามแบบศิลปะพื้นเมือง และศิลปะฝีมือช่างชาวเวียดนาม
              
หากท่านใด มีโอกาสผ่านไปทาง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี อย่าลืมแวะไปเที่ยวชม “ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก” รูปปั้นสิงห์ยืนแบกบุษบก และเป็นธรรมาสน์ศิลปะญวนอายุกว่า 100 ปี ซึ่งมีเอกลักษณ์และเป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน หมู่ที่ 2 ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ ที่บ้านชีทวนยังมีวัดและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย  “ ไปที่เดียว เที่ยวครบ จบอย่างมีความสุขที่บ้านชีทวน ”


Cr. ภาพ : อบต.ชีทวน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค