วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562 07:14 น.

สังคม-สตรี

“แอน จักรพงษ์” สุดปลื้ม ข้ามเพศใกล้ถึงฝั่งฝัน โพลชี้ประชาชนร้อยละ 50 เห็นด้วยให้ใช้นางสาว

วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 16.05 น.

หลังจากที่ “แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน) มหาเศรษฐีสตรีข้ามเพศ อันดับ 1 ของเอเชีย และประธาน มูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ LIFT Foundation ได้จุดพลุเปิดตัวโครงการ “ข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน” ประกาศผลักดันกฎหมายรับรองสิทธิหลังการแปลงเพศ “เปลี่ยนเพศ ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า” จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงไปทั่วประเทศ และได้ไปยื่นหนังสือเพื่อผลักดันร่างพรบ.รับรองสิทธิหลังการแปลงเพศให้กับประธานรัฐสภาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “สังคมไทยคิดอย่างไรกับเพศที่ 3” รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,259 กลุ่มตัวอย่าง ผลปรากฏว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 56.56 เห็นด้วยกับการเปลี่ยนเพศต้องเปลี่ยนคำหน้า เพิ่มขึ้นจากการสำเร็จจากปี 2558อย่างชัดเจน

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการยอมรับของประชาชนกรณีหากมีเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นเพศที่ 3 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.15 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะวัดกันที่ความสามารถและนิสัยใจคอเป็นหลัก ไม่ควรเอาเรื่องเพศมาเป็นปัจจัยในการตัดสิน ถือว่าคนในสังคมทุกคนเหมือนกัน อีกทั้งมีเพื่อนเป็นเพศที่ 3 ที่คอยสร้างความสนุกสนานและเพิ่มสีสันให้กับชีวิต รองลงมา ร้อยละ 7.78 ระบุว่าไม่สามารถยอมรับได้ เพราะ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว

ด้านการยอมรับของประชาชนกรณีหากมีสมาชิกหรือคนในครอบครัวเป็นเพศที่ 3 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.81 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ ในเมื่อเป็นไปแล้วก็ต้องทำใจยอมรับ ถึงยังไงก็ถือว่าเป็นคนในครอบครัว ไม่สามารถตัดขาดกันได้ เพียงแต่ขอให้เป็นคนดี สามารถดูแลตัวเองได้ก็พอ ครอบครัวก็มีสมาชิกเป็นเพศที่ 3 อยู่เหมือนกัน รองลงมา ร้อยละ 11.44 ระบุว่า ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะ เป็นการฝืนธรรมชาติ ถือเป็นภาพลักษณ์ของครอบครัว ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และร้อยละ 1.75 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ผู้ที่ยอมรับได้ในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น และไม่สามารถยอมรับได้ มีสัดส่วน ลดลง โดยผลการสำรวจ ปี2558 พบว่า ร้อยละ 79.92 ยอมรับได้ ร้อยละ 16.80 ไม่สามารถยอมรับได้

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการอนุญาตให้เพศที่ 3 สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้ พบว่า ส่วนใหญ่     ร้อยละ 54.49 ระบุว่า เห็นด้วย ขณะที่ ร้อยละ 36.53 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ บางคนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพศไหน อาจเกิดความสับสนวุ่นวายตามมา เช่นการตามหาตัวบุคคล การติดต่อเอกสารหน่วยงานต่าง ๆ ควรใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพเดิม และร้อยละ 8.98 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ ซึ่งในจำนวนของผู้ที่ระบุว่าเห็นด้วย นั้น ร้อยละ 56.56 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เพศที่ 3 กลุ่มที่แปลงเพศแล้วสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้ ขณะที่ ร้อยละ 43.44 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เพศที่ 3 ทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้

เปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่าผู้ที่เห็นด้วยในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน และไม่เห็นด้วย มีสัดส่วน ลดลง อย่างชัดเจนเช่นกัน โดยผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ร้อยละ 39.44 ที่เห็นด้วย ร้อยละ 53.20 ไม่เห็นด้วย

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเพิ่มเพศที่ 3 หรือเพศทางเลือกในการกรอกข้อมูลเอกสารราชการทุกชนิด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.69ระบุว่า เห็นด้วย เพราะจะได้เป็นการระบุให้ชัดเจน เป็นการเพิ่มช่องเพศให้ตรงกับเพศที่    อยากจะเป็น และง่ายต่อการระบุหรือจัดประเภท รองลงมา ร้อยละ 26.92 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ไม่สามารถแยกแยะเพศสภาพที่แท้จริงได้ อาจเกิดปัญหาตามมา และร้อยละ 7.39 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ผู้ที่เห็นด้วยในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น และไม่เห็นด้วย มีสัดส่วน ลดลง โดยผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ร้อยละ 59.36 เห็นด้วย ร้อยละ 35.12 ไม่เห็นด้วย

งานนี้เล่นเอา “แอน จักรพงษ์” ในฐานะผู้นำในการผลักดันกฎหมายดังกล่าวถึงกับปลื้มใจที่ประชาชนเปิดกว้างให้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และมีความฝันในการปลดแอกสตรีข้ามเพศให้มีสิทธิเท่าเทียมหลังการแปลงเพศใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาทุกที และนอกจากจะผลักดันกฎหมายดังกล่าวแล้ว ในส่วนของมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจที่แอน จักรพงษ์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นนั้น ก็ยังส่งเสริมด้านการศึกษาบุคคลข้ามเพศเพื่อให้พัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีให้กับสังคม โดยประกาศมอบทุนการศึกษาให้กับบุคคลข้ามเพศ

“ในส่วนของขั้นตอนทางด้านกฎหมายเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้มีการยื่นพรบ.ร่างกฎหมายรับรองสิทธิหลังแปลงเพศต่อประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเตรียมล่ารายชื่อผู้ที่เห็นด้วยจำนวน 1 หมื่นรายชื่อเพื่อมอบให้กับประธานสภาได้พิจารณาต่อไป ซึ่งจากการสำรวจของโพลที่ออกมาแบบนี้ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจ วันนี้ประเทศไทยจะต้องรองรับสิทธิ์หลังการแปลงเพศได้แล้ว แต่สูติบัตรห้ามเปลี่ยนและข้ามเพศทุกคนคะอย่าแอ๊บเป็นผู้หญิงค่ะ พูดได้ชัดเจนเลย ฉันเป็นคนข้ามเพศ เราไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด วันนี้สิ่งที่เราคุยกันคือการที่ร่างกายจิตใจและเอกสารทางกฎหมายมันเป็นสิ่งที่ต้องจูนเข้าหากันหมด มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่อย่างนั้นมันมีผลกับการใช้ชีวิตและการทำงาน การเดินทางไปต่างประเทศ การแต่งงาน การมีลูก การรับรองบุตร ตลอดจนการทำธุรกรรมทางกฎหมายที่ไม่สามารถทำได้ วันนี้ต้องให้เกียรติ ต้องให้สิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน”

“ในฐานะที่เป็นบุคคลข้ามเพศ กว่าจะมีวันนี้ได้ แอนผ่านอะไรมาหลายอย่างทั้งการดูถูกเหยียดหยาม กว่าจะประสบความสำเร็จได้จนกลายเป็นสตรีข้ามเพศพันล้านอันดับ1 ของเอเชีย แอนต้องผ่านอะไรมามากมาย สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จคือการศึกษาการที่เรามีความรู้ แอนอยากให้บุคคลข้ามเพศได้มีความรู้และนำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองให้เราอยู่บนสังคมอย่างมีคุณค่า โดยมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจที่แอนก่อตั้งขึ้น ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุคคลข้ามเพศ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่www.liftfoundation.or.th ของมูลนิธิได้เลยค่ะ”