ยานยนต์ » คอลัมน์
บ้านเมืองพระเครื่อง
อ. วันชัย : วันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.48 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“วุฒิชัย” ปริญญาโทโตจากวัดไร่ขิง ต้นตำรับสมุนไพรวังพรม
“วุฒิชัย” ปริญญาโทโตจากวัดไร่ขิง
ต้นตำรับสมุนไพรวังพรม
♦♦♦ “วัดวาอารามทำให้ชีวิตคนเปลี่ยนมาแต่โบร่ำโบราณ” ผู้บริหารบ้านเมืองหลายคนที่โตจากวัดเคยรับใช้พระสงฆ์องค์เณรมาก็ไม่น้อย คนรุ่นปู่รุ่นทวดอ่านหนังสือได้สวดมนต์จบก็ได้จากวัดวาอารามนี่แหละ “วุฒิชัย วังพรม หรือ สท.หวอ วังพรม” บอกว่าชีวิตผมประสบความสำเร็จมีทุกสิ่งทุกอย่างได้ก็จากวัดไร่ขิงครับ วัดไร่ขิงทำให้ชีวิตเปลี่ยนจากคนยากจนเป็นผู้บริหารบริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรที่มีผู้คนรู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ “สมุนไพรวังพรม” แบรนด์เนมนี้โด่งดังมากว่า 20 ปี
♦♦♦ “สท.หวอ วุฒิชัย วังพรม” เล่าว่า ครอบครัวมาจากศูนย์ที่ดินสักแปลงก็ไม่มี คุณยายเป็นแม่ครัวช่วยอยู่ที่วัดไร่ขิงจึงได้พาไปบวชเณรแก้บนบวชอยู่นาน จึงมีโอกาสได้ช่วยงานวัดและถวายงานท่านเจ้าประคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์เจ้าอาวาสวัดไร่ขิงในขณะนั้น และได้ช่วยงานพระครูโสภณปัญญาวุฒิ (หลวงพ่อแย้ม กิตตินธโร) ปัจจุบันท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าคุณพระเทพศาสนาภิบาลก็ยังช่วยงานวัดมาตลอดมิได้ขาด มีอยู่ช่วงหนึ่ง สท.หวอต้องการลาสิกขา ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ท่านให้พรโดยกล่าวว่า “ถ้าสึกแล้วต้องเรียนหนังสือ เรียนแล้วก็ต้องทำงานทำมาหากินเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ให้มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ เราถึงจะมีความเจริญถ้าคิดว่าสึกแล้วทำไม่ได้ก็อย่างเพิ่งสึก” ประโยคนี้ฝังลึกอยู่ในความทรงจำตลอดมาไม่เคยลืมจึงพยายามทำงานสร้างงาน ศึกษาเล่าเรียนจบปริญญาโท
♦♦♦ ในราวปี พ.ศ. 2538 หลังจากลาสิกขาแล้วคุณแม่ยังมีอาชีพรับจ้าง คุณพ่อท่านเสียชีวิตไปก่อนแล้ว สท.หวอ วุฒิชัย วังพรม คิดได้ว่าวัดไร่ขิงมีคนเฒ่าคนแก่มากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อวัดไร่ขิงเยอะทุกวัน สิ่งที่จะเหมาะกับผู้สูงอายุก็เห็นจะเป็นยาสมุนไพรนี่แหละ ประเภท ยาลม ยาดม ยาหม่อง จึงชวนคุณแม่ไปวัดโพธิ์ท่าเตียนไปรับของมาขายที่วัดไร่ขิง ขายดิบขายดีมีรายได้มีผลตอบแทนที่ดีมีร้านของตนเอง กระทั่งร้านขายส่งสมุนไพรที่ท่าพระจันทร์ และท่าเตียนผลิตของส่งให้ไม่ทัน ในที่สุด สท.หวอ วังพรมคิดผลิตยาสมุนไพรของตัวเอง ทั้ง สท.หวอ และคุณแม่ช่วยกันลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ จึงผลิตยาหม่องสูตรสมุนไพรสด ได้สำเร็จ ผลิตออกมาครั้งแรกๆแจกอย่างเดียวแถมไปกับของที่รับมาขายให้ลูกค้าลองใช้ ปรากฏว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์กลับมาถามหาถามซื้อจึงเป็นที่มาของ “สมุนไพรวังพรม” (วัดไร่ขิง) เป็นแบรนด์ที่โด่งดังส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 30 ประเทศ
♦♦♦ วุฒิชัย วังพรม ก่อร่างสร้างตัวกับคุณแม่แค่สองคน อาศัยวัดไร่ขิงเป็นที่ทำมาหากินล้มลุกคลุกคลานกว่าจะถึงวันนี้อายุ 37 ปี มีแบรนด์ติตลาดโลกเป็นเจ้าของบริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรผู้ผลิตยาหม่องสมุนไพรสดและผลิตภัณฑ์อื่นๆภายใต้แบรนด์ “สมุนไพรวังพรม” สิ่งที่ สท.หวอมีได้เป็นได้ทุกวันนี้เชื่อว่าเพราะอาศัยแผ่นดินวัดไร่ขิงเป็นที่ทำกิน มีความซื่อสัตย์สุจริตและตอบแทนบุญคุณวัดไร่ขิง ไม่เคยละเลยถวายตัวถวายใจให้กับวัดไร่ขิงตลอดมากว่า 30 ปี ปัจจุบันก็ยังถวายงานแด่พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพศาสนภิบาลท่านเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงรองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมทุกเรื่อง มิได้ขาด
♦♦♦ สท.หวอ วังพรม เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบสะสมพระวัดไร่ขิงมากว่า 30 ปี วัดไร่ขิงให้ที่พักพิง ให้เกิด ให้มีรายได้มีธุรกิจใหญ่โต พอมีเงินเหลือจากการค้าขายก็จัดสรรส่วนหนึ่งนำไปเช่าพระเครื่องพระบูชาหลวงพ่อวัดไร่ขิงตั้งแต่ปี 2540 ตอนนั้นอายุ 15 ปี ถึงปัจจุบันมีพระบูชาหลวงพ่อวัดไร่ขิงทุกรุ่นทุกปีกว่า 350 องค์ การสะสมพระวัดไร่ของตนเองไม่ได้สะสมเพื่อการซื้อขายแต่สะสมเพราะมีศรัทธาโดยเฉพาะพระบูชาสะสมไว้ตั้งแต่รุ่นแรกปี 2508 – 2523 เหรียญหลวงพ่อวัดไร่ขิงรุ่นแรกปี 2467 สภาพสวยเป็นพระในชุดเบญจภาคีเหรียญพระพุทธ ปัจจุบันราคากว่าล้าน พระเนื้อผงที่นักสะสมพระนิยมเล่นหาหลวงพ่อวัดไร่ขิงปี 2514 นายช่างเกษม มงคลเจริญออกแบบ สะสมครบทั้ง 4 พิมพ์ พิมพ์เล็ก กลาง ใหญ่และพิมพ์จิ๋ว พระเครื่องทุกองค์ทุกรุ่นที่สะสมเลือกแต่พระสวยสมบูรณ์สภาพเดิมๆเรียกว่าแชมป์ทุกองค์ และบอกด้วยว่าเก็บสะสมพระบูชาและพระเครื่องเฉพาะวัดไร่ขิงวัดเดียวเท่านั้น
♦♦♦ “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของชาวไทยเชื่อกันว่ามีอิทธิปาฏิหาริย์สามารถปัดเป่าบำบัดทุกข์และโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังอำนวยโชคลาภแก่ผู้เดินทางมานมัสการ มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้ว ศิลปะผสมเชียงแสนกับรัตนโกสินทร์ เป็นพระพี่น้องกับหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อทองและหลวงพ่อโต บางตำนานกล่าวว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิงลอยน้ำมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ แก่ผู้พบเห็นจึงอัญเชิญขึ้นจากน้ำ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่





