เศรษฐกิจ
ช.การช่างเผยสร้างสะพานขึงคู่ขนานเสร็จ 100% ชี้เป็นสะพานขึงที่กว้างที่สุดในไทย
วันจันทร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.05 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ช.การช่างเผยสร้างสะพานขึงคู่ขนานเสร็จ 100% ชี้เป็นสะพานขึงที่กว้างที่สุดในไทย
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก เป็นการก่อสร้างสะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 ในสัญญาที่ 4 มูลค่าสัญญา กว่า 6,000 ล้านบาท โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ลงนามสัญญาจ้าง กับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีระยะเวลาการก่อสร้าง 39 เดือน มีกำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2566 ถือเป็นสะพานขึงที่กว้างที่สุดในไทย
โครงการฯ มีจุดเริ่มต้นบริเวณเชิงลาดสะพานพระราม 9 ฝั่งธนุบรี เป็นสะพานซึ่งคู่ขนานสะพานพระราม 9 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาด 8 ช่อง จราจร มีความยาวช่วงกลางสะพาน 450 เมตร และมีความยาวของสะพาน 780 เมตร ข้ามไปฝั่งกรุงเทพฯสิ้นสุดโครงการฯที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ระยะทางรวมประมาณ 2 กิโลเมตร โครงการทางพิเศษพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกมีลักษณะเป็น (Double Deck) เชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ทำให้เพิ่มพื้นผิวจราจรแก้ปัญหาจุดตัดจุดร่วม รองรับการเดินทางจากนอกเมืองเข้าในเมืองได้เป็นอย่างดี
การดำเนินโครงการได้จัดทำแบบจำลองสะพาน Full Model สำหรับทดสอบความแข็งแรงของสะพานต่อแรงลม ซึ่งสามารถรับแรงลมได้ถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเทียบเท่าความแรงของพายุทอร์นาโด ดังนั้น สะพานจึงมีความมั่นคงแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง และตัวสะพานมีความลาดชันน้อยกว่าสะพานพระราม 9 เดิม ทำให้ไม่เกิดการชะลอตัวสะสมในช่วงขาขึ้นสะพาน
นอกจากสะพานคู่ขนานแห่งใหม่นี้ จะมีการออกแบบเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แล้วยังได้ออกแบบสถาปัตยกรรมผสมผสาน งานไทยกับความงดงามด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของการก่อสร้างทางวิศวกรรม และมีการประดับไฟเพื่อเพิ่มสีสันให้แก่สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ซึ่งไฟสามารถเปลี่ยนสีให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลต่างๆได้ โดยแต่ละสีมีความหมายดังนี้ สีเหลืองทอง แสดงถึง การตั้งมั่นในศีล การตั้งมั่นในธรรม, สีขาวแสดงถึงความมีตบะ, สีฟ้าแสดงถึงความอ่อนโยน, สีชมพูแสดงถึงการให้ การบริจาค และสีส้มแสดงถึงความซื่อตรง ความไม่เบียดเบียน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








