วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 16:09 น.

กิจกรรม

คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ชู ‘ความยั่งยืน’ จัดอบรมสร้างความรู้ การบริหารสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแบบมืออาชีพ

วันจันทร์ ที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.13 น.

คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย

ชู ‘ความยั่งยืน’ จัดอบรมสร้างความรู้

การบริหารสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแบบมืออาชีพ

พร้อมคิกออฟมอบสนามฟุตบอลปีที่ 3 อย่างเป็นทางการ

 
 
 
เพราะความยั่งยืน จะเป็นรากฐานให้คนไทยสามารถยืนหยัดอย่างต่อเนื่องได้ในระยะยาว กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ไม่ได้เพียงแต่มอบสนามฟุตบอลให้เยาวชนไทยได้มีพื้นที่ในการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นส่งเสริมให้โรงเรียน และชุมชน สามารถบริหารจัดการสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดอบรมหลักสูตรพื้นฐานในการพัฒนาสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างยั่งยืน ให้กับ 20 โรงเรียนที่ได้ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ ‘100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย’ ปีที่ 3 ในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา
 
 
 
 
ภายในงานได้รับเกียรติจากนายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมเปิดพิธีรับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างเป็นทางการ โดยมี ดร.พงษ์เทพ นามศิริ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหารวิศวกรรมและสาธารณูปโภค, นายมาโนช อุณหกาญจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นเตอร์ เทิร์ฟ จำกัด, นายโชคทวี พรหมรัตน์ อดีตโค้ชทีมชาติไทย, นายกิตติศักดิ์ สุวรรณชัยรบ ผู้อำนวยการโรงเรียนพังโคนวิทยาคม และนายสิทธิพงศ์ นาโควงศ์ ผู้ดูแลสนามฟุตบอล โรงเรียนพังโคนวิทยาคม ร่วมงานด้วย 
การอบรมครั้งนี้ คิง เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับการดูแลบริหารจัดการสนามสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างมืออาชีพ เพื่อให้โรงเรียนและชุมชน สามารถบริหารจัดการสนามได้อย่างยั่งยืน อาทิ  ให้คำแนะนำในเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสนามฟุตบอล, วิธีการดูลรักษา รวมถึงข้อห้ามต่างๆ ซึ่งทุกสนามหลังจากสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิง เพาเวอร์ ส่งทีมผู้เชี่ยมชาญเข้าไปดูแลบำรุงรักษาสนามทุกๆ 3 เดือนเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 6 ปี อีกด้วย
 
 
 
สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ขนาด 7 คนเล่น หญ้าเทียมสีน้ำเงินที่โดดเด่น ล้อมตาข่าย 4 ด้าน ติดไฟ LED เพื่อการประหยัดพลังงาน และสนามมีมาตรฐานระดับ FIFA โดยทั้ง 20 สนามคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2563 ทั้งนี้ โครงการฯ มีเป้าหมายสร้างสนามฟุตบอลให้กับโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศไทยครบ 100 สนาม ซึ่งปัจจุบันได้มีการประกาศส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมไปแล้ว 60 สนามทั่วทุกภูมิภาค
 
 
 
             
นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากโรงเรียนพังโคนวิทยาคม ซึ่งเคยได้รับสนามฟุตบอลจากโครงการในปีที่ 1 ได้มาให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแล บริหารจัดการสนาม โดยเล่าว่า “ทุกวันนี้สนามที่คิง เพาเวอร์ สร้างให้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะ เป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน และเมื่อคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสนาม จะช่วยส่งผลให้สนามเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งต้องแบ่งหน้าที่ของคณะกรรมการสนามให้ชัดเจน และจัดประชุมเพื่อราย งานถึงปัญหา โอกาส และอุปสรรค ในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้สนามแห่งนี้ยังสามารถปั้นนักเตะไปแข่งขันจนได้ชัยชนะมาแล้ว โดยในช่วงปีแรกต้องจัดเตรียมเยาวชนที่มีความสนใจกีฬาฟุตบอล เพื่อสร้างนักฟุตบอลที่สามารถส่งแข่งขันได้ และเตรียมนักฟุตบอลรุ่นถัดไปขึ้นมาทดแทน”
 
 
 
 
นายคมกริช อันทรง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตาเรือง (ตำรวจชายแดนสงเคราะห์) จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “ขอบคุณทาง คิง เพาเวอร์ ที่ได้มอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้กับทางโรงเรียน เด็กๆ ที่โรงเรียนตื่นเต้นกันมาก และดีใจที่คิง เพาเวอร์ เข้าใจถึงโรงเรียน และชุมชน ที่อาจจะยังไม่มีแผนในการพัฒนาสนามอย่างยั่งยืน แต่การมาอบรมครั้งนี้ผมได้เก็บเกี่ยวความรู้อย่างเต็มที่ เพื่อจะนำไปปรับใช้ทันที และตั้งเป้าว่าสนามแห่งนี้จะเป็นพื้นที่พัฒนานักกีฬามืออาชีพของคนในชุมชนครับ”
 
 
 
 
นายบัณฑิต ลึกกันทึก คุณครูพละโรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า “ ทางโรงเรียนลุ้นมาทุกปี เพราะเราส่งโครงการตั้งแต่ปีแรก จนได้รับคัดเลือกในปีที่ 3 ครับ เด็กๆ ดีใจกันมาก และถือว่าสนามฟุตบอลหญ้าเทียมนี้ถือเป็นสนามแรกในอำเภอรอบนอกของจังหวัดลำพูน เชื่อว่าจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กๆ ได้มาก ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด เบื้องต้นได้มีการวางแผนเตรียมโค้ชฟุตบอล และคณะกรรมการดูแลสนามแล้วครับ การอบรมครั้งนี้ทางโรงเรียนจะนำข้อมูลไปรวบรวม กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ เพื่อสร้างความร่วมมือ และเชิญผู้นำชุมชนเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจะก่อเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงครับ”
 
 
 
ด้านนายโชคทวี พรหมรัตน์ อดีตโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า “สนามฟุตบอล เหมือนเป็นเวทีแสดงศักยภาพ ถ้าสนามไม่ดี ก็เล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ สนามที่ดีจะช่วยสร้างจินตนาการ การเลี้ยง การส่งลูกฟุตบอลก็จะดียิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเล่นตรงไหนก็ได้ การฝึกซ้อมอย่างมืออาชีพสนามก็ต้องดีด้วยครับ ผมขอฝากให้ผู้ที่ได้รับสนามฟุตบอลจากคิง เพาเวอร์ ช่วยกันดูแลรักษา เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กๆ และคนในชุมชน”
 
 
 
สำหรับรายชื่อ 20 โรงเรียน ที่ได้รับสนามฟุตบอลหญ้าเทียมปีที่ 3 มีดังนี้ โรงเรียนสวีวิทยา จังหวัดชุมพร, โรงเรียนวัดมังคลาราม จังหวัดนครศรีธรรมราช, โรงเรียนอนุบาลป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง, โรงเรียนศิริธรรมวิทยา จังหวัดนราธิวาส, โรงเรียนคัมภีร์วิทยาลัย จังหวัดยะลา, โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว จังหวัดกระบี่, โรงเรียนนารายณ์คำผงวิทยา จังหวัดสุรินทร์, โรงเรียนธวัชบุรีวิทยาคม จังหวัดร้อยเอ็ด, โรงเรียนเมืองวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม, โรงเรียนอนุบาลสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี, โรงเรียนท่าลี่วิทยา จังหวัดเลย, โรงเรียนชุมชนบ้านหัน จังหวัดชัยภูมิ, โรงเรียนตรอนตรีสินธุ์ จังหวัดอุตรดิตถ์, โรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา จังหวัดลำพูน, ชุมชนแม่นาจาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน, โรงเรียนวัดคิรีวิหาร จังหวัดตราด, โรงเรียนบ้านตาเรือง (ตำรวจชายแดนสงเคราะห์) จังหวัดจันทบุรี, โรงเรียนอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี, โรงเรียนลาดยาววิทยาคม จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนเทพประชาสรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 
คิง เพาเวอร์ มุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างฝันของเด็กไทยให้มีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลไปไกลสู่สากล แล้วรอติดตามโครงการดี ๆ เพื่อคนไทยได้ที่เฟสบุ้ค King Power Thai Power พลังคนไทย หรืออินสตาแกรม kingpowerthaipower
 
#KingpowerThaipowerพลังคนไทย    #WeBelieveInThaiPower     #เชื่อในพลังคนไทย