วันพฤหัสบดี ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.43 น.
โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านบริการอาหารและการบริหารจัดการอาคารสถานที่แบบครบวงจร เดินหน้าผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดไทยเข้ากับจุดแข็งของเครือข่ายระดับโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพทีมเชฟและต่อยอดนวัตกรรมด้านอาหารและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ “Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นำแนวทางนี้มาสู่การปฏิบัติ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคนิคการปรุงอาหาร และแรงบันดาลใจระหว่างทีมเชฟในประเทศไทยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายโซเด็กซ์โซ่ในต่างประเทศ
ความเข้าใจในรสนิยมด้านอาหาร ความต้องการ และวิถีชีวิตของผู้ใช้บริการในประเทศไทยเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาของโซเด็กซ์โซ่ โดยมีเครือข่ายระดับโลกช่วยเติมเต็มความเชี่ยวชาญของทีมงานด้วยองค์ความรู้และมุมมองด้านอาหารจากหลากหลายวัฒนธรรม การทำงานร่วมกันระหว่างทีมเชฟไทยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจึงเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านการลงมือทำจริง ทั้งการประยุกต์รสชาติสากลให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม และการนำแนวคิดใหม่มาต่อยอดเมนูและบริการ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใน 3 มิติ ได้แก่ ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้าและผู้ใช้บริการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และนวัตกรรมด้านอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
.jpg)
คุณธุ่ย โงว กรรมการผู้จัดการ โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวว่า “จุดแข็งของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย คือการนำความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้จากเครือข่ายระดับโลก การแลกเปลี่ยนระหว่างเชฟผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ช่วยเปิดมุมมองด้านอาหาร เติมแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพทีมงานผ่านการลงมือทำร่วมกัน โดยทีมเชฟของเราสามารถนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวัน เพื่อต่อ ยอดเมนูและบริการ สร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ และขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โครงการ ASEAN Chef Exchange 2026 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางนี้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับกลยุทธ์ Shift & Grow 2030 ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตในระยะยาว”
สำหรับโครงการ Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026 ในประเทศไทยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม นี้ โดยโซเด็กซ์โซ่ได้ต้อนรับ เชฟ Iskandar จากโซเด็กซ์โซ่ สิงคโปร์ มาร่วมงานกับทีมเชฟประจำพื้นที่ให้บริการของลูกค้า 5 แห่ง ครอบคลุมกลุ่มสถานศึกษา สถานพยาบาล และองค์กรธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร แนวคิดการลดขยะอาหาร และแนวทางพัฒนาเมนูให้เหมาะกับผู้ใช้บริการในแต่ละพื้นที่
เชฟ Iskandar และทีมเชฟในประเทศไทยจะร่วมถ่ายทอดรสชาติและวัฒนธรรมอาหารผ่านเมนูยอดนิยมในสิงคโปร์ ได้แก่ ข้าวมันกะทิสไตล์มาเลเซียเสิร์ฟพร้อมไก่สะเต๊ะ, ลักซา, หมี่ผัดสไตล์สิงคโปร์, ปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ และสาคูมะม่วงกับส้มโอ พร้อมเรียนรู้ร่วมกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนสูตรอาหาร การเตรียมวัตถุดิบ และเทคนิคการปรุง ไปจนถึงการจัดจาน โดยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะเป็นพื้นฐานให้ทีมเชฟนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาเมนูให้เหมาะกับบริบทของลูกค้าแต่ละแห่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่สดใหม่อย่างต่อเนื่องแม้โครงการจะสิ้นสุดลง
นอกจากการเรียนรู้ภายในทีม โครงการยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Chop Chop Chef” ณ โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปทำอาหารสำหรับผู้ปกครองและนักเรียน โดยทุกคนได้เรียนรู้และคำแนะนำจากเชฟในการเลือกวัตถุดิบและลงมือทำปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ ตั้งแต่การเตรียมอาหาร การใช้อุปกรณ์ครัวอย่างปลอดภัย และการจัดจาน กิจกรรมยังสอดแทรกแนวคิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและลดขยะอาหาร โดยส่งเสริมให้นำวัตถุดิบที่ยังมีคุณภาพดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การแลกเปลี่ยนนี้จะสานต่อสู่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 12–16 ตุลาคม 2569 โดยเชฟจากโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จะเดินทางไปร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญและเอกลักษณ์อาหารไทยกับเพื่อนร่วมวิชาชีพในภูมิภาค พร้อมเรียนรู้มุมมองใหม่และนำแรงบันดาลใจกลับมาพัฒนาเมนูและบริการในประเทศไทย โครงการ ASEAN Chef Exchange 2026 จึงมีคุณค่าที่มากกว่าการนำเสนอเมนูจากแต่ละประเทศ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แบบสองทางที่เชื่อมโยงจุดแข็งของทีมเชฟเข้าด้วยกัน และนำศักยภาพของเครือข่ายระดับโลกมาสร้างประโยชน์ในบริบทท้องถิ่น ทั้งการพัฒนาบุคลากร การต่อยอดนวัตกรรม และการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการในระยะยาว