วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 18:07 น.

ยานยนต์

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CRF1150L Africa Twin

วันอังคาร ที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 16.52 น.

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CRF1150L Africa Twin ครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026 พร้อมระบบ Honda SENSING RIDE และรุ่นใหม่ Enduro Sports เสริมทัพสายลุย

 

CRF1150L Africa Twin Adventure Sports เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นแรกที่มีระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Honda SENSING RIDE

เพิ่มทางเลือกด้วย CRF1150L Africa Twin Enduro Sports รุ่นใหม่ที่เน้นสมรรถนะออฟโรด พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าและดีไซน์ที่ถ่ายทอดจาก CRF450 RALLY

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ตระกูล CRF1150L Africa Twin รุ่นปี 2027 เป็นครั้งแรกในโลกภายในงาน EICMA 2026 หรืองานแสดงรถจักรยานยนต์เมืองมิลาน ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเปิดรอบสื่อมวลชนระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน และรอบบุคคลทั่วไประหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายนนี้ ด้วยการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ทั้งด้านสมรรถนะ โครงสร้าง และเทคโนโลยี พร้อมเสริมไลน์อัปด้วย Africa Twin Enduro Sports รุ่นใหม่สำหรับสายออฟโรด และนำระบบ Honda SENSING RIDE มาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า

 

การพัฒนาครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Shaped by You. True Adventure for All.” ต่อยอดจาก CRF1100L Africa Twin ด้วยการขยายความจุเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะ ควบคู่กับการลดน้ำหนักชิ้นส่วนทั่วทั้งตัวรถและออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นและมีสมดุลในการขับขี่ดียิ่งขึ้น

 

รถจักรยานยนต์ตระกูล CRF1150L Africa Twin ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย บนพื้นฐานการพัฒนาเดียวกัน ได้แก่ CRF1150L Africa Twin, CRF1150L Africa Twin Adventure Sports และ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports ได้รับการออกแบบให้มีจุดเด่นเฉพาะตัว เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่าง ตั้งแต่การขับขี่ออฟโรดไปจนถึงการเดินทางไกลบนถนนลาดยาง พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่

 

3 รุ่นย่อย ตอบโจทย์การผจญภัยที่แตกต่าง

เริ่มจาก CRF1150L Africa Twin รุ่นมาตรฐานที่ผสานสมรรถนะออฟโรดเข้ากับความสามารถในการเดินทางไกลอย่างสมดุล โดยปรับปรุงทั้งแพลตฟอร์ม เครื่องยนต์ และระบบแสดงผลและควบคุมการทำงานของรถ หรือ HMI ให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมอุปกรณ์ อาทิ ชิลด์บังลมหน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้า ระบบกันสะเทือน SHOWA EERA™ ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Honda Skyhook และระบบกุญแจอัจฉริยะ Honda Smart Key

 

สำหรับผู้ที่เน้นการเดินทางระยะไกล CRF1150L Africa Twin Adventure Sports มาพร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 24 ลิตร และล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว โดยรุ่นเกียร์ DCT มีระบบ Honda SENSING RIDE ให้เลือกเป็นออปชัน เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่

 

ขณะที่ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports รุ่นใหม่ล่าสุด เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่ออฟโรด โดยยังคงความอเนกประสงค์ตามเอกลักษณ์ของ Africa Twin โดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนหน้าและดีไซน์เฉพาะรุ่นที่ถ่ายทอดจาก CRF450 RALLY รถแข่งในรายการดาการ์ แรลลี่ เพื่อรองรับเส้นทางลุยและเพิ่มความสนุกในการขับขี่

 

เครื่องยนต์ 1,131 ซีซี เพิ่มสมรรถนะทั้งอัตราเร่งและการเดินทางไกล

หัวใจสำคัญของตระกูล CRF1150L Africa Twin คือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 1,131 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 87.5 กิโลวัตต์ ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตร ที่ 5,700 รอบต่อนาที โดยเพิ่มทั้งความจุเครื่องยนต์ อัตราส่วนกำลังอัด และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ พร้อมปรับปรุงระบบไอดี ระบบไอเสีย และอัตราทดเกียร์ให้ทำงานสอดคล้องกัน ช่วยเพิ่มอัตราเร่งและความสะดวกสบายในการเดินทาง

 

โครงสร้างใหม่ น้ำหนักเบาลง พร้อมจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อการควบคุมที่คล่องตัว

เพื่อให้ควบคุมรถได้คล่องตัวควบคู่กับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น เฟรมและสวิงอาร์มจึงได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมปรับสมดุลความแข็งแกร่งของโครงสร้าง โดยมีน้ำหนักรวมลดลง 1.4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยให้ขับขี่ได้นุ่มนวลและคล่องตัว ขณะเดียวกันยังคงรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Africa Twin นอกจากนี้ ยังติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงย่อยไว้ใต้เบาะนั่งเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง ช่วยให้ควบคุมรถที่ความเร็วต่ำได้ง่ายขึ้น

 

ด้านระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละรุ่น โดย CRF1150L Africa Twin Enduro Sports ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าที่มีสเปกเทียบเท่า CRF450 RALLY เพื่อรองรับการขับขี่ออฟโรดโดยเฉพาะ ส่วน CRF1150L Africa Twin และ CRF1150L Africa Twin Adventure Sports ติดตั้งระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ SHOWA EERA™ (SHOWA Electronically Equipped Ride Adjustment) ผลิตโดยบริษัท Astemo จำกัด พร้อมระบบควบคุม Honda Skyhook

 

ระบบดังกล่าวจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวรถแบบเรียลไทม์และปรับแรงหน่วงอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้รถกลับมาทรงตัวได้รวดเร็ว ลดการเคลื่อนไหวที่ไม่พึงประสงค์ และเพิ่มความสะดวกสบายตลอดการขับขี่ พร้อมกันนี้ รถตระกูล CRF1150L Africa Twin ยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” รูปแบบใหม่ในโทนสีเงินและดำ บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงหลักทั้งสองด้าน

 

6 โหมดการขับขี่ รองรับทั้งออนโรดและออฟโรด

นอกจากการพัฒนาเครื่องยนต์และโครงสร้างแล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่มาตรฐานได้ 6 โหมด ให้เหมาะกับเส้นทางและสภาพการใช้งาน โดยระบบจะประสานการทำงานของการส่งกำลังเครื่องยนต์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS ระบบเกียร์ DCT และระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบาย ตั้งแต่การเดินทางบนถนนลาดยางไปจนถึงการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

Honda SENSING RIDE ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Honda SENSING RIDE ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โดยมีให้เลือกเป็นออปชันใน CRF1150L Africa Twin Adventure Sports รุ่นเกียร์ DCT

 

ระบบใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งด้านหน้าและด้านท้ายรถเพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมโดยรอบ พร้อมประมวลผลข้อมูลของผู้ขับขี่และตัวรถ เพื่อแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถ สนับสนุนการขับขี่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย รวมถึงช่วยหลีกเลี่ยงการชน โดยครอบคลุมฟังก์ชันช่วยขับขี่และแจ้งเตือนในสถานการณ์ต่าง ๆ

 

ด้านความสะดวกสบาย ระบบประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) พร้อมฟังก์ชัน ACC with Stop & Go ที่รองรับการหยุดรถและออกตัว รวมถึง ระบบช่วยรักษาระยะห่างขณะขับขี่เป็นกลุ่ม Group Ride Assist และ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า Distance Assist

 

ส่วนการช่วยเตือนและช่วยเบรก ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW) และ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assist พร้อมเสริมการรับรู้สถานการณ์รอบตัวรถด้วย ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Information ซึ่งแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในจุดอับสายตาบริเวณด้านหลังเยื้องข้างตัวรถ ตลอดจน ระบบแจ้งข้อมูลระยะห่างด้านหลัง Rear Distance Information และ ระบบเตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning

 

เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT (Dual-Clutch Transmission) เอกสิทธิ์เฉพาะของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟังก์ชัน Stop & Go จะช่วยให้รถหยุดและออกตัวได้อย่างนุ่มนวลขณะใช้งานระบบ ACC ช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าเมื่อต้องขับขี่ท่ามกลางการจราจรติดขัดหรือใช้งานในเมือง

 

ดีไซน์ใหม่ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ Africa Twin ในแต่ละสไตล์

ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะและเทคโนโลยี รถทั้ง 3 รุ่นยังได้รับการออกแบบให้สะท้อนลักษณะการใช้งานของแต่ละรุ่น โดยคงเอกลักษณ์ของตระกูล Africa Twin ไว้

 

CRF1150L Africa Twin เน้นความเรียบง่ายและประโยชน์ใช้สอย คงสัดส่วนที่ดุดันและรูปทรงช่วงหน้าที่ดูพุ่งไปข้างหน้า พร้อมไฟหน้าคู่ดีไซน์ใหม่ที่กะทัดรัดและเฉียบคมขึ้น สานต่อเอกลักษณ์ “Twin Eyes” ที่ถ่ายทอดมาหลายเจเนอเรชัน ผสานความสปอร์ตและความบึกบึน โดยยังคงสัดส่วนที่ดูยกสูงตามสไตล์รถแอดเวนเจอร์ รองรับทั้งการขับขี่ออนโรดและออฟโรด

 

ด้าน CRF1150L Africa Twin Adventure Sports ปรับการจัดวางโครงสร้างใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง Honda SENSING RIDE พร้อมชิลด์บังลมหน้าขนาดใหญ่และถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 24 ลิตร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ตัวรถมีเส้นสายคมชัดและพื้นผิวตัวถังที่ดูแข็งแกร่ง ผสานความหรูหราและสง่างามตามแบบรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์เรือธง

 

ขณะที่ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports ถ่ายทอดบุคลิกออฟโรดผ่านดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก CRF450 RALLY โดดเด่นด้วยเส้นสาย “CRF streamline” ที่เฉียบคมและต่อเนื่องตั้งแต่บังโคลนหน้าถึงบังโคลนหลัง ให้รูปลักษณ์สปอร์ตและดุดันตามแนวทางรถแข่งแรลลี่ที่เน้นการใช้งานจริง พร้อมคงเอกลักษณ์ของ Africa Twin ไว้อย่างชัดเจน

 

เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

การพัฒนาตระกูล CRF1150L Africa Twin ยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในการ “ใช้วัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2050”

 

รถตระกูลนี้นำอะคริลิกที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมี มาใช้ผลิตตราสัญลักษณ์และไฟท้ายเป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พร้อมนำไนลอนที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมีมาใช้ผลิตฝาครอบด้านบนและชิ้นส่วนบริเวณขายึดบังโคลนหลังเป็นครั้งแรกเช่นกัน

 

นอกจากนี้ ชิลด์บังลมหน้าและแผ่นเบี่ยงลมด้านซ้ายและขวายังผลิตจาก DURABIO™ พลาสติกวิศวกรรมชีวภาพที่ใช้วัตถุดิบจากพืช ขณะที่ชิ้นส่วนแฟริ่งและตัวถังบางส่วนใช้พลาสติกโพลีโพรพีลีนรีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว และโครงฐานเบาะนั่งใช้วัสดุรีไซเคิลจากเศษวัสดุในกระบวนการผลิต

 

การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากร โดยยังคงคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์ พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต และสนับสนุนการเดินทางอย่างยั่งยืน

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

 

#HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า #EICMA2026 #HondaEicma2026 #HondaBigBikeThailand   

 

หน้าแรก » ยานยนต์