กทม-สาธารณสุข
นักวิชาการฯยกบทเรียนภาพยนต์ดังวอนสื่อหยุดพาสังคมสร้างความเกลียดชัง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
นักวิชาการฯยกบทเรียนภาพยนตร์ โฮเทล รวันดา สะท้อนสังคมไทย ชวนตั้งสติ หยุดความเกลียดชังนำไปสู่อาชญากรรม ขัดแย้งและสูญเสีย ชี้สื่อมีส่วนสำคัญต้องไม่ล้ำเส้นมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และผลประโยชน์สาธารณะ
อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า Hotel Rwanda สร้างจากเหตุการณ์จริงในช่วงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดาเมื่อปี 1994 ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงการสร้างความเกลียดชังและอคติทางชาติพันธุ์จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นสื่อมีบทบาทมากในการโฆษณาชวนเชื่อและยุยงให้ชาวฮูตูเกลียดชัง และฆ่าชาวทุตซีโดยเรียกชาวทุตซีว่าแมลงสาบ หรือ ศัตรูของชาติ ที่ต้องกำจัด โดยวิทยุจะประกาศชื่อ ที่อยู่และสถานที่ซ่อนตัวของชาวทุตซี เพื่อให้ผู้ฟังไปตามฆ่า โดยไม่มีหน่วยงานหรือองค์การระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้านคน

เหตุการณ์ความขัดแย้ง ไทย - กัมพูชา เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงอคติทางชาติพันธุ์ การเผยแพร่ข้อความเท็จจากคนกลุ่มหนึ่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อกระแสหลัก ทำให้ดิฉันและอีกหลายๆ คนต้องตกเป็นเหยื่อความเกลียดชัง ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า ถูกแขวน ดิฉันจะคิดถึง ชายนิรนามคนนั้น คนที่ถูกแขวนที่ต้นมะขามบริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คนที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คนที่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นคนไม่ดีและไม่สมควรมีชีวิตอยู่ทั้งที่ไม่มีใครรู้จักเขา และไม่มีหลักฐานว่า เขาทำอะไรผิด การสร้างศาลเตี้ย ทางสื่อสังคมเพื่อพิพากษาคนที่เห็นต่างจึงมักถูกนำมาอ้างเพื่อความชอบธรรมในการทำลาย คุณค่าความเป็นมนุษย์ ถ้าเราไม่ยุติ วาทกรรมเกลียดชัง ที่อาจนำไปสู่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง วันหนึ่งคนที่เป็นเหยื่ออาจเป็นตัวคุณ คนที่คุณรัก หรือคนในครอบครัวคุณ
ศาสตราจารย์สมชาย ปรีชาศิลปะกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การตะโกนว่า “ไฟไหม้” ในโรงภาพยนตร์ย่อมไม่ใช่เสรีภาพในการแสดงความเห็น เฉกเช่นกับการตะโกนว่า “ระเบิด” บนเครื่องบิน ถ้อยคำในลักษณะเช่นนี้อาจนำมาสู่ความแตกตื่นและความเสียหายอย่างใหญ่หลวงติดตามมา แต่ไม่ใช่เพียงความเสียหายอันเห็นได้อย่างประจักษ์จากท่าทีดังกล่าว การแสดงความเห็นที่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ การให้ร้ายแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลในลักษณะต่างๆ ที่อยู่ร่วมกันภายในสังคมก็ล้วนส่งผลต่อการสร้างความรุนแรงในระยะยาวติดตามได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่เพียงเท่านั้น การพยายามขยายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับรัฐ ให้ขยายไปครอบคลุมถึงผู้คนที่อาจไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องด้วยการเหมารวมในฐานะที่เขาเป็นประชาชนของรัฐที่เป็นคู่ขัดแย้งกับชาติของเราก็อาจเป็นการสร้างความบาดหมางที่ยากจะฟื้นฟูให้กลับคืนมาสู่ภาวะอันเป็นปกติในเร็ววัน

คุณวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระ กล่าวว่าภาพยนต์เรื่องนี้เตือนให้เราคิดถึงผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของการแบ่งแยกและความเกลียดชังที่ฝังรากลึก ซึ่งไม่ต่างอะไรกับปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นความเกลียดชังระหว่างคนที่คิดว่าตนเป็น “คนไทย” กับคนกัมพูชา หรือการดูถูกเหยียดหยามคนลาว คนพม่า คนแขก คนชาติพันธุ์ คนจน หรือคนที่ถูกมองว่าเป็น “คนอื่น” ที่ไม่ใช่พวกตน ก็ย่อมนำมาซึ่งการกดขี่คุกคาม เบียดขับ ละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไม่แยแสว่าเขาก็มีชีวิตจิตใจ เขาก็เป็นคนเหมือนตนเอง ท่ามกลางความขัดแย้งเกลียดชังที่คุกรุ่น อาชีพหนึ่งที่จะเป็นสื่อกลางในการสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน คือสื่อมวลชน สื่อมวลชนเป็นทั้งผู้ดับไฟและผู้สุมไฟ โดยในความขัดแย้งปัจจุบัน เราจะเห็นสื่อจำนวนมากถูกตั้งคำถามเรื่องจรรยาบรรณ สื่อคำนึงแต่ยอดดู แต่ไม่คำนึงถึงมนุษยธรรม หรือคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อ มีสื่อจำนวนมากยุยง ปลุกปั่น หั่นความจริง และปลุกอุดมการณ์ชาตินิยมให้คนคลั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีความขัดแย้งไทยกัมพูชาล่าสุด สื่อมวลชนไม่น้อยลืมหลงในภารกิจทางศีลธรรมที่ต้องร่วมยกระดับสังคม สื่อต้องทำหน้าที่เป็นกระจกคอยตรวจสอบสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างซื่อตรง รอบด้าน เป็นธรรม โดยปราศจากอคติ และเป็นไฟฉายส่องทาง วิเคราะห์ แยกแยะ เป็นพื้นที่กลางที่จะนำเสนอทางออกที่ดีแก่สังคม สื่อต้องทำหน้าที่ดับไฟ ให้สติกับสังคม ไม่ใช่เติมเชื้อไฟ
ด้านคุณทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า บ้านกาญจนาภิเษก คือ หน่วยงานในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม นวัตกรรมของบ้านกาญจนาภิเษก มุ่งเป้าที่การเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปลี่ยน mindset ไม่ใช่การเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์มากมายยืนยันว่า “การเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ได้วิธีคิด แต่การเปลี่ยนวิธีคิดได้พฤติกรรม สำหรับทุนหลัก ทุนใหญ่ ของการเปลี่ยนวิธีคิดคือการเรียน “วิชาชีวิต” ซึ่งประกอบด้วยการขบคิด ตีความ หาทางออก เห็นความเชื่อมโยง เห็นห่วงโซ่ความเสียหาย ที่สำคัญเห็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจผ่านกรณีศึกษาต่างๆ เช่น ข่าว บทความ บทสัมภาษณ์ คลิป ข้อมูลจากสื่อออนไลน์รวมถึงการดูหนัง ป้าดูหนังแต่ละเรื่อง 3 – 5 รอบ เพื่อหาเชื้อโรคในหนัง เช่น เซ็กส์ ความรุนแรงหรือด้านมืดในมิติต่างๆ การนำหนังมาอยู่ในพื้นที่วิชาชีวิตของบ้านกาญจนาภิเษกคือศาสตร์ คือการและเปลี่ยนเชื้อโรคให้เป็นวัคซีนโดยการ ตั้งคำถาม เพื่อให้เยาวชนขบคิดหรือกิน จากนั้นก็พูดคุย แลกเปลี่ยนหรือย่อย สุดท้ายคือการเขียนหรือคาย กระบวนการ “กิน - ย่อย - คาย” ที่อยู่ในทุก วิชาชีวิตของที่นี่รวมถึงการดูหนังจะทำหน้าที่ “เปลี่ยนเชื้อโรคในหนัง – ในสื่อให้เป็นวัคซีน
โฮเทล รวันดา เป็นหนึ่งในหนังร้อยกว่าเรื่องที่เป็นนวัตกรรมการดูหนังของบ้านกาญจนาภิเษกและมีอิมแพค (Impact) อย่างเสมอต้นเสมอปลายของการนำมาฉายทุกครั้ง แต่ถ้าพูดอย่างแฟร์ๆ หนังทุกเรื่องมีอิมแพคหมด เนื่องจากฐานการคิด การออกแบบการดูหนังพุ่งเป้าไปที่การเรียนวิชาชีวิต ไม่ใช่ดูเพื่อฆ่าเวลาหรือดูเพื่อความบันเทิง นี่คือตัวอย่างคำถามงานกลุ่มที่เยาวชนต้องร่วมคิด ร่วมคุย ร่วมหาคำตอบหลังจากดูหนังโฮเทล รวันดาจบลง “หลังจากชมภาพยนตร์จบแล้วคิดว่าการเรียกตุสซี่ว่าแมลงสาป บวกกับการปลุกเร้าทางรายการวิทยุของชาว ฮูตู เกี่ยวข้องกับความเกลียดชัง ความรุนแรงและไกลไปถึง สงครามล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรครับ” และคำถามงานเดี่ยว “การที่บ้านกาญจนาภิเษก ปักหมุดหมายการเดินทางไว้ชัดเจนว่า ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้ความรุนแรงและจะไม่มีตลอดไป ผมรู้สึกขัดแย้งมั้ยครับในฐานะที่ผมเป็นวัยรุ่นและอาจเคยอยู่ในพื้นที่การใช้ความรุนแรงมาก่อน ช่วยยืนยันจุดยืนของผมด้วย”
คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกลและขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน กล่าวว่าชนชั้นนำทั้งไทยและกัมพูชา ใช้อินฟูเอนเซอร์ ที่บอกตัวเองว่าเป็นคนดี ปลุกกระแสชาตินิยม ที่ทั้งสองประเทศเคยขัดแย้งมาในอดีต มาใช้ประโยชน์ในการโจมตีกัน ทำให้ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ และคนธรรมดาขัดแย้งกันด้วย เราก็จะเห็นประชาชนทั้งไทย และกัมพูชา ไล่ล่าโจมตีกันทั้งในออนไลน์และในชีวิตจริง และชนชั้นนำก็ได้ประโยชน์เพราะประชาชนได้ลืมตั้งคำถามกับชนชั้นนำ ลืมตั้งคำถามกับระบบ แต่กลับขัดแย้งกันเอง ทั้งๆที่ดูประวัติศาสตร์ในอดีตแล้วในดินแดนไทยและกัมพูชานั้นมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมมานาน ไทยหรือสยามในอดีต ภาษาเขมรหรือวัฒนธรรมเขมรเราก็เอามาปรับใช้ เขมรก็ใช้วัฒนธรรมไทยมาปรับใช้ และเดินทางอพยพ แต่งงานกัน เหมือนพี่น้องกัน และมีงานวิจัย DNA ที่คนไทยภาคกลางอีสาน เหนือ ใต้มีพันธุ์กรรม ไทกะได มอญ เขมร อยู่ ดังนั้นการสร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนจึงไม่เป็นประโยชน์ในโลกยุคใหม่ ที่ต้องอยู่ร่วมกันไปมาหาสู่กันมากกว่าที่จะขัดแย้งกัน คนที่ได้ประโยชน์คือชนชั้นนำ ทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจส่วนตัว และผลประโยชน์ทางการเมืองประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากความขัดแย้งนี้ เพราะวันหนึ่งเราก็ต้องสัมพันธ์กันอยู่ดียังคงต้องทำมาหากิน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
Top 5 ข่าวกทม-สาธารณสุข ![]()
- สปสช.หนุนนวัตกรรมไทย 1.5 หมื่นล้านบาท ยกระดับศูนย์กลางการแพทย์มูลค่าสูง 13 มี.ค. 2569
- สสส.นำทีม 19 ภาคีสานพลังปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” หนุนคนเมืองสุขภาวะดี 13 มี.ค. 2569
- “1 นาที สูญเสีย 1 ล้านเซลล์สมอง” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัย ‘สโตรก’ วัยทำงานเสี่ยงพุ่ง 13 มี.ค. 2569
- ใส่ใจดวงตา รพ.หัวเฉียว รณรงค์สัปดาห์ต้อหินโลก 13 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดตัวศูนย์ “Menopause Wellness” ยกระดับการดูแลสตรีวัยหมดประจำเดือนแบบองคร์วม (Holistic Care) พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมการดูแลผิวและสมดุลภายใน 17:08 น.- กปน. เดินหน้าตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาทั่วพื้นที่บริการ 16:26 น.
- สสส. เสิร์ฟหนัก! เฟสติวัลเด็ก-เยาวชน สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ปิดเทอมสร้างสรรค์ ปี 69” 15:51 น.
- แนะแนวปฏิรูป “นวดไทย” ยกระดับสู่เศรษฐกิจเวลเนสโลก ดันมาตรฐานวิชาชีพ–ฐานข้อมูลดิจิทัล–ซอฟต์พาวเวอร์สุขภาพ 12:06 น.
- องค์กรสตรีสากลหวังรัฐสภาชุดใหม่เร่งออก พรบ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว 14:55 น.



