วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:59 น.

กทม-สาธารณสุข

"พัฒนา" ชู "อภัยภูเบศรโมเดล" พัฒนายาสมุนไพรเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ ยก "สมุนไพรกระดูกไก่ดำ-ตำรับกลีบบัวแดง" ตัวอย่างความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.03 น.

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยกเป็นหัวหอกพัฒนา "ยาสมุนไพรไทย" จากภูมิปัญญาดั้งเดิม ผ่านงานวิจัยทางคลินิกสู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ใช้ได้จริงในระบบบริการสุขภาพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพ ทั้ง "สมุนไพรกระดูกไก่ดำ" รูปแบบสเปรย์ช่วยลดปวดกล้ามเนื้อ เตรียมวิจัยสู่รูปแบบอิมัลชัน เจล และแอโรซอล เพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ ส่วน "ตำรับกลีบบัวแดง" ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพระดับโลก ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ลดเครียด เพิ่มสุขภาวะสมอง ลั่น 5 ปีหากเดินหน้าใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน ช่วยลดการนำเข้ายาถึง 650 ล้านบาทต่อปี

            เมื่อวันที่ 11  พฤษภาคม 2569  ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานสารสกัดสมุนไพรกระดูกไก่ดำและการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมสนับสนุน "สมุนไพรไทย" และการแพทย์แผนไทยให้ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล สามารถนำมาใช้ได้จริงในระบบบริการสุขภาพ ซึ่ง "อภัยภูเบศร" มีความโดดเด่นในการยกระดับสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐาน ต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับประเทศและสากล ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ช่วยสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและการพึ่งพาตนเองของประเทศอย่างยั่งยืน และยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเฉพาะระบบด้านการแพทย์แผนไทยจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ด้วย

          นายพัฒนากล่าวต่อว่า จุดแข็งสำคัญของ "อภัยภูเบศรโมเดล" คือ การพัฒนายาจากการใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ เริ่มต้นจากองค์ความรู้และประสบการณ์การใช้สมุนไพรของหมอพื้นบ้านและผู้ป่วย นำมาสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ผ่านงานวิจัยทางคลินิก พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในระดับนโยบายสาธารณะ ทำให้สามารถพัฒนาสมุนไพรที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพคนไทยได้จริง ลดต้นทุนการพัฒนา และเชื่อมโยงห่วงโซ่ตั้งแต่งานวิจัย ระบบบริการสุขภาพ ภาคการผลิต จนถึงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ร่วมกับการใช้แนวคิด “From Bedside to Policy” หรือนำข้อมูลจากผู้ป่วยในระบบบริการมาสร้างฐานข้อมูลการใช้สมุนไพรจริงเพื่อพัฒนานโยบายด้านสมุนไพรของประเทศ ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยมากขึ้น เกิดการสร้างฐานข้อมูลการใช้สมุนไพรจริง ยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีคุณภาพมาตรฐานสากล ลดพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพไทย ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความสำเร็จ คือ “สมุนไพรกระดูกไก่ดำ” ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ได้รับการขึ้นทะเบียนยา บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ และ “ตำรับกลีบบัวแดง” ช่วยเรื่องการนอนหลับ ความเครียด และสุขภาวะสมอง มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ไม่ได้ออกฤทธิ์ในลักษณะยานอนหลับ แต่ช่วยปรับสมดุลสมองและส่งเสริมคุณภาพการนอนอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นความต้องการของตลาดโลก

        "ทั้งสองผลิตภัณฑ์สะท้อนให้เห็นว่า สมุนไพรไทยสามารถต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจได้ หากเราผลักดันแบรนด์ “Thai Herbal Wellness” อย่างจริงจัง จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพเชิงธรรมชาติของภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันไทยมีมูลค่าการใช้ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดที่ใช้ภายนอก มากกว่า 4,600 ล้านบาทต่อปี เป็นการนำเข้าถึง 2,226 ล้านบาท หากมีการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ ภายในระยะเวลา 5 ปี จะสามารถทดแทนยาแผนปัจจุบันมากกว่า 1,300 ล้านบาทต่อปี ลดการนำเข้ามากกว่า 650 ล้านบาทต่อปี เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และยังสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศ" นายพัฒนากล่าว

           ด้าน พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาสมุนไพรกระดูกไก่ดำรูปแบบสเปรย์ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ การอักเสบเฉียบพลัน มีผลวิจัยในผู้ป่วยพบว่าลดอาการปวดและบวมไม่ต่างจากยาแผนปัจจุบัน มียอดจำหน่ายมากกว่า 1.7 แสนขวด/ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อยอดวิจัยในรูปแบบอิมัลชั่น เจล ที่เพิ่มการดูดซึมตัวยาเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก ควบคุมการปล่อยสารออกฤทธิ์ เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ เหมาะสำหรับอาการปวดเรื้อรัง โดยจะศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเพิ่มเติม รวมถึงมีแผนวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ในรูปแบบแอโรซอล ที่ควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ได้ดีจากระบบหัวฉีด นำส่งสารออกฤทธิ์เข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นลึกได้ตรงจุด ลดการสัมผัสยาโดยตรงจากการทาถูนวด และลดการปนเปื้อนจากภาชนะบรรจุปิด ส่วน ตำรับกลีบบัวแดง" จากการวิจัยและพัฒนามากกว่า 10 ปี พบช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลระบบประสาท ส่งเสริมการนอน ช่วยให้หลับง่ายขึ้นและเพิ่มคุณภาพการนอน ช่วยปกป้องสมอง ลดการอักเสบและอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการทำงานของสมอง และยังมีผลการศึกษานำร่องในผู้ป่วย 10 ราย พบแนวโน้มว่าอาจมีศักยภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมด้านความจำและการรู้คิด ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์การเป็นสังคมสูงวัยของประเทศไทยได้

          ทั้งนี้ อภัยภูเบศรได้บูรณาการการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพรวม 8 ด้าน ได้แก่ 1.สูตินรีเวชกรรม (ฟื้นฟูหลังคลอด สตรีวัยหมดประจำเดือน) 2.อายุรกรรม (โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง) 3.ศัลยกรรมกระดูก (โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ ข้อเข่าเสื่อม) 4.กุมารเวชกรรม (นวดกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ใช้สมุนไพรดูแลโรคมือ เท้า ปาก) 5.โสต ศอ นาสิก (อาการวิงเวียนศีรษะ) 6.ศัลยกรรม (สมุนไพรทางเลือกดูแลแผล) 7.จักษุ (หัตถการบ่งต้อ พอกตา และยาสมุนไพร) และ 8.สุขภาพจิตและยาเสพติด (คลินิกเลิกบุหรี่) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมสุขภาพประชาชนผ่านหลักสูตรสุขภาพ นวด/อบ/ประคบสมุนไพร อาหารเป็นยา เสริมสร้างความรอบรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งความรู้สมุนไพร โภชนาการ และการใช้ยาอย่างปลอดภัย รวมถึงได้พัฒนา “Thai Wisdom Wellness Model” ที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการ Wellness การฝึกอบรม และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งหากมีการสนับสนุนด้านการตลาดและการผลักดันเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างงาน ยกระดับรายได้ของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข

ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข