วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 22:48 น.

กทม-สาธารณสุข

ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง

วันจันทร์ ที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง

 

จากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาที่ดิอาร์คองโก - ยูกันดา  การระบาดยังรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยรายงานจากองค์การอนามัยโลก  สงสัยผู้ติดเชื้อ จำนวนมากกว่า 900 ราย และเสียชีวิตแล้ว 220 ราย โดยการระบาดครั้งนี้ เกิดจากสายพันธุ์ Bundibugyo (บุนดิบูโย) ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 บอร์ดโรคติดต่อ ฯ แห่งประเทศไทย ได้ยกระดับสกัด “อีโบลา” จากผู้เดินทางจาก 2 ประเทศ “ดิอาร์คองโก-ยูกันดา” โดยเมื่อเข้าไทยจำเป็นต้องกักกันตัว 21 วัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายหลักการแพร่เชื้อ อาการ การรักษา และการป้องกัน ใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

 

 

เชื้อไวรัสอีโบลา (Ebolavirus) ก่อให้เกิดโรคอีโบลา (Ebola disease) โลกรู้จักเชื้อนี้ครั้งแรก ในปี 1976  โดยพบไวรัสนี้ที่ริมแม่น้ำอีโบลา ในสาธารณรัฐคองโก และพบการระบาดเป็นครั้งคราวมาตลอด พบอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย 50% แต่อัตราการเสียชีวิตอาจสูงถึง 90% ของผู้ติดเชื้อ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เชื้อไวรัสอีโบลา มี 6 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่พบการแพร่ระบาดรุนแรง มี 3 สายพันธุ์ คือ

 

  • Ebola virus (EBOV) ทำให้เกิดโรค Ebola virus disease (EVD)
  • Sudan virus (SUDV) ทำให้เกิดโรค Sudan virus disease (SVD)
  • Bundibugyo virus (BDBV) ทำให้เกิดโรค Bundibugyo virus disease (BVD)

โดยเชื้ออีโบลา อาศัยอยู่ในค้างคาวผลไม้และแพร่สู่คนผ่านสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ เช่น ลิง

 

การแพร่เชื้อจากคนสู่คน เกิดโดย

  1. การติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง บริเวณผิวหนังที่มีแผล หรือเยื่อบุผิวหนัง โดยสัมผัสเลือดสารคัดหลั่ง หรือของเหลวจากร่างกาย เช่น น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ น้ำอสุจิ ของผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต
  2. การติดจากการสัมผัสสิ่งของ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อประเภทเลือด หรือของเหลวจากร่างกาย เช่น อาเจียน อุจจาระ ของผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต

 

ระยะฟักตัวและการแพร่เชื้อ

  • ระยะฟักตัว 2-21 วัน
  • ผู้ป่วยจะเริ่มแพร่เชื้อได้ เมื่อเริ่มมีอาการ
  • ผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว จะยังแพร่เชื้อได้ จากการสัมผัสศพโดยตรง

 

อาการของโรคอีโบลา

  • อาการเริ่มแรก จะมี ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมาจะมีอาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ผื่น
  • ในรายที่รุนแรงอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ สับสน พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และพบอวัยวะล้มเหลวร่วม เช่น ตับ ไต

เนื่องจากอาการแสดงของโรค มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มอาการโรคติดเชื้ออื่น ๆ เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย ไข้ไทฟอยด์ 

ดังนั้นการวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติความเสี่ยง คือ เดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อดังกล่าว อาการแสดงที่เข้าได้ร่วมกับการตรวจยืนยันโดยห้องปฏิบัติการ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น ตรวจหาสารพันธุกรรม (PCR) ของไวรัส ตรวจทางภูมิคุ้มกัน การเพาะเชื้อไวรัส

 

การรักษาโรคอีโบลา

การรักษาเฉพาะ โดยการให้ยาต้านไวรัส กลุ่ม monoclonal antibodies mAb114 (ansuvimabTM) or REGN-EB3 (InmazebTM) แนะนำให้เฉพาะการติดเชื้อจาก  Ebola virus disease เท่านั้น ส่วนการติดเชื้ออื่น ๆ ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ

การรักษาแบบประคับประคอง เช่น การให้สารน้ำ การแก้ไขภาวะเกลือแร่ที่ผิดปกติ รักษาภาวะน้ำตาลต่ำ ภาวะช็อก (Shock) และใช้ยาต้านเชื้อโรค กรณีพบการติดเชื้อซ้ำซ้อนและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การป้องกันโรคอีโบลา

  1. หลีกเลี่ยงการไปประเทศที่มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอีโบลา
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบุคคลที่ป่วย หรือศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคอีโบลา
  3. วัคซีนปัจจุบันรับรองเฉพาะสายพันธุ์ Ebola (Ebola virus) แต่สายพันธุ์อิ่น ๆ รวมถึง ไวรัสบุนดิบูโย ยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกัน

 

แม้ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย

แต่กรณีที่ท่านเดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง แนะนำให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของทางรัฐบาล เพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการอย่างเหมาะสม โดยกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศ เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD) พ.ศ. 2569 ลงนาม ณ วันที่ 20 พ.ค.2569 เพื่อระบุเขตติดโรคติดต่ออันตราย มี 2 ประเทศ คือ 1. สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และ 2. สาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) โดยการแพร่ระบาดอาจมาจากการนำเข้าสัตว์ที่เป็นพาหะ เช่น ลิงชิมแปนซี และสัตว์ป่าอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเกิดได้จากนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อ โดยอยู่ในระยะที่เป็นพาหะได้นำเชื้อเข้ามา

 

เนื่องจากอีโบลา เป็นโรคที่อุบัติการการเสียชีวิตสูง ยิ่งวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิด กรณีหากพบว่ามีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ  ควรรีบพบแพทย์ และให้ประวัติการเดินทางในระหว่าง 21 วัน ก่อนเกิดอาการดังกล่าว หรือประวัติความเสี่ยงอื่น ๆ เพียงเท่านี้ เชื้อไวรัสอีโบลา ก็จะห่างไกลคุณและคนที่คุณรัก ทั้งนี้ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และเป็นสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน High Reliability Degree – AACI เมื่อ ค.ศ. 2025: การรับรองระดับดีเยี่ยมสำหรับองค์กรสุขภาพที่มีผลการดำเนินงานสูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง, AACI (American Accreditation Commission International) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI "ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์" AACI Clinical Excellence Certification Maternity Services ค.ศ.2025, ISO 7101:2023 – Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 – Quality Management Systems กรณีหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โทร.1507 Line: @navavej

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข

ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข