วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 07:21 น.

อาชญากรรม

นำตัวส.อ.ทำแผนปล้นร้านทองห้างดังขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.01 น.
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ห้างทองแม่ทองพูล ชั้น 2 ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ติด ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น,พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4และ พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้ทำการควบคุมตัว ส.อ.เรืองศักดิ์ พันธ์ทอง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227 ม.1 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.ขอนแกน ในคดีข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ก่อเหตุหลังถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนร่วม บก.สส.ภ.ภ,4,ภ.จว.ขอนแก่น,สภ.เมืองขอนแก่น ตม.จ.หนองคาย ประสารการทำงานร่วมกับทางการ สปป.ลาว จนสามารถจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีใน สปป.ลาว
 
ซึ่งในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นได้เริ่มจากจุดแรกคือบริเวณทางเข้าประตูห้างสรรพสินค้าด้านหน้า ต่อด้วยบันเลื่อนทางขึ้นห้างจากชั้น 1 มาที่ชั้น 2 จุดที่3 คือบริเวณที่นั่งภายในศูนย์อาหารห่างจากจุดก่อเหตุประมาณ 10 เมตร จุดที่ 4 คือห้องน้ำ จุดที่ 5 คือร้านทองแม่ทองพูลจุดที่ก่อเหตุ จุดที่ 6 บริเวณประตูทางออกด้านหลังห่างฯชั้น 1 และจุดสุดท้ายคือบริเวณทางออกนอกห้างฯ ฝั่งศาลพระภูมิ ที่คนร้ายทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้เพื่อใช้ในการหลบหนีไป
 
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า คดีดังกล่าวนี้ มีผู้ต้องหาในคดีรวมทั้งหมด 5 คน ถูกจับกุมตัวได้แล้ว 3 ราย ประกอบด้วยนนายสุพจน์ เพชรรังสี นายไพรวัน ญาบัณฑิต และนางจันทจร โปลาแสน โดยส.อ.เรืองศักดิ์ พันธ์ทอง เป็นผู้ต้องหารายล่าสุดที่ถูกจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางเป็นทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 3.070 กรัม หนัก 202 บาท,ทองคำแท่ง (หลอม) น้ำหนัก 782 กรัม หนัก 51.44 บาท,เงินสด 380,000 บาท,เงินสกุลกีบ 829,000 กีบ รถยนต์เก๋งฮุนได 1 คัน,รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมทรัพย์สินที่ติดตามคืนมาได้ 6,062,556 บาท
 
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่ร่วมกับนายชัยมงคล ใจบุญ ที่ยังคงหลบหนี เป็นคนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าวนี้เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย ส.อ.เรืองศักดิ์ พันธ์ทอง ซึ่งมีอดีตเป็นข้าราชการทหาร ทำหน้าที่ถือปืนคอยยืนคุมเชิงสถานการณ์ อยู่ที่บริเวณหน้าร้าน โดยที่นายชัยมงคล ใจบุญ นั้นทำหน้าที่จี้ชิงทรัพย์ และเก็บรวบรวมทองคำรูปพรรณ ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า นายชัยมงคล และ ส.อ.เรืองศักดิ์ นั้นรู้จักกันขณะถูกคุมขังที่เรือนจำแห่งหนึ่ง และเพิ่งจะพ้นโทษ ได้ประมาณ 2 เดือน จึงได้ร่วมกันวางแผนในการลงมือก่อเหตุดังกล่าว อีกครั้งเนื่องจากไม่มีงานทำและต้องการเงิน ซึ่งเมื่อก่อเหตุแล้วเสร็จและได้ทองมาแล้วจึงนำไปฝังไว้ที่บ้านญาติที่ จ.ชัยภูมิ
 
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวด้วยว่า จากรูปคดี คนร้ายได้มีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างดี โดยใช้ความชำนาญในการก่อเหตุที่เน้นเฉพาะร้านทองที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น โดยเมื่อก่อเหตุแล้วเสร็จได้วิ่งหลบหนีไปบริเวณทางออกด้านข้างห้างฯ และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยมีการทำกันเป็นทีม มีขั้นตอนและวางแผนอย่างดี โดยหลังจากขับรถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณด้านข้างห้างฯแล้วได้นำรถไปทิ้งไว้ภายในชุมชนศรีฐาน เขตเทศบาลนครขอนแก่น ก่อนที่ทั้ง 2 จะขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนส์ หมายเลขทะเบียน กค-2196 ชัยภูมิ หลบหนีไปที่ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านญาติของ ส.อ.เรืองศักดิ์ พันธ์ทอง จากนั้นจึงนำทองไปฝังไว้และบางส่วนได้แบ่งให้ญาตินำไปขาย
 
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ต่อจากนั้นทั้งนายชัยมงคล และ ส.อ.เรืองศักดิ์ ได้ให้นายสุพจน์ และ นายไพรวัน ขับรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน บล-6213 อุดรธานี พาไปส่งที่ช่องทางธรรมชาติที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เพื่อหลบหนีไป สปป.ลาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวนายสุพจน์ และ นายไพรวัน ได้ บนถนนเลี่ยงเมืองสายอุดรธานี-สกลนคร หลังจากที่ส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีไปแล้ว อย่างไรก็ตามจากการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้นทุกคนให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและให้การที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนางจันทจร ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ารับของโจร,นายสุพจน์ และ นายไพวัน ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันรับของโจร และช่วยให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ซึ่งทั้ง 3 คนนี้นั้นพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ ส.อ.เรือศักดิ์ นั้นหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ ก็จะขออำนาจศาลฝากขังพลัดแรกในข้อกล่าวหาว่าร่วมกันชิงทรัพย์ทรัพย์โดยมีอาวุธ ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นได้ยื่นขอคัดค้านการประกันตัว
 
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับนายชัยมงคล ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว ที่ยังคงหลบหนี ในขณะนี้ทราบมาว่าหลังการกดันอย่างหนักจากตำรวจไทยและตำรวจจาก สปป.ลาว ได้หลบหนีกลับมาในประเทศไทยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกอบกับคำให้การของ ส.อ.เรืองศักดิ์ พันธ์ทอง ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็ววัน

หน้าแรก » อาชญากรรม