วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 02:23 น.

อาชญากรรม

จนท.แยก6ผู้ต้องสงสัยเค้นสอบ เผยได้เบาะแสเป็นประโยชน์ เล็งจับเพิ่มอีก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 17.09 น.
จากกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จำนวน 200 นายเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา  และในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 13 จุด ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลสอบปากคำจากผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 รายที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนหน้านี้และจากพยานหลักฐานที่สำคัญ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน6 ราย กรณีเหตุคนร้ายถล่มยิงป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครอง ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จนทำให้มีชาวบ้านซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เสียชีวิตจำนวน 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พย.ที่ผ่านมาตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
 
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 10 พ.ย. มีรายงานจากชุดควบคุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คน ระบุว่าขณะนี้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คน สอบสวนที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี  2 ราย  ศูนย์ซักถามกรมหารพรานที่ 41 จำนวน 2 ราย และที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จำนวน 2 ราย และจากการซักถามผู้ต้องสงสัยให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงผู้ที่ถูกซัดทอดจะหลบหนี ส่วนขั้นตอนการสืบสวนขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานที่ยึดได้จากบ้านผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะเสื้อผ้า และอีกหลายรายการ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง
 
หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า เมื้อ 2 เดือนที่ผ่านมา ที่ขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่ง “ชุดปฏิบัติการพิเศษ” ที่ผ่านฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจรRKKจากประเทศอินโดนีเซียให้เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจำนวน 4 ชุด นั่นคือมีเป้าหมายให้เปิดปฏิบัติการใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะเทพา นาทวีและสะบ้ายย้อย
ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นดังกล่าวได้ลงมือทำงานกันไปแล้วอย่างน้อย 2 เหตุการณ์คือ คาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานีเมื่อหลายวันก่อน กับล่าสุดการรวมตัวบุกโจมตีเพื่อละลายฐาน ชรบ.ที่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุการณ์ในห้วงเวลา 2 เดือนที่เหลือของปี 2562 นี้
 
มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดดังกล่าว มีการจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนที่ล้วนเป็น “PERMUDA” ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามไล่ล่าหรือเข้าจับกุม โดยในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีมอบให้แนวร่วมระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกอบกำลังเข้าร่วมด้วยครั้งละประมาณ 20 คนขึ้นไป ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือมีความสำคัญแค่ไหน