วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 01:35 น.

อาชญากรรม

ลูกถูกอริไล่แทง! พ่อคว้าปืนยิงสวนเจ็บ3

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.52 น.

เมื่อเวลา 23.30 นวันที่ 16 กันยายน พ.ต.ท พีรกุล แฝงฤทธิ์หลง สว.(สอบสวน )สภ. บางปะอิน ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนน จอมพลป มุ่งหน้าแยกอำเภออุทัยม3 .ต. คุ้งลาน อำเภอบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้รายงาน  พ.ต.อ พิษณุ พราหมณ์เทศ รองผบก.ภจว. พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ สถิตย์ สังข์ประไพ รักษาการ ผกก.สภ. บางปะอิน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อม ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอุทัยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ รุดไปตรวจสอบ

 

 


ในที่เกิดเหตุพบ รถยนต์ Isuzu รุ่น d-max  4 ประตูสีขาวหมายเลขทะเบียน กร 4689 ลพบุรี สภาพประตูกระจกด้านฝั่งคนขับถูกอาวุธปืน ยิงเป็นรูจำนวน 21 รู ข้างรถยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 รายคือนายวิโรจน์ ชูสร้อย อายุ 31 ปีอาการสาหัสนอน หายใจรวยรินอยู่เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ช่วยกันปฐมพยาบาลและปั๊มหัวใจก่อนประสานทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลอุทัย มาทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วน นางสาวกัลยา ไผ่ด้วง อายุ 21 ปีบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ขณะที่นายวิรัตน์ ชูสร้อย. อายุ 32 ปี พี่ชายได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณ ศรีษะกระสุนฝั่งใน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชธานีไปก่อนหน้านี้

 


จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรถยนต์กระบะที่ถูกยิงซึ่งเป็นร้านซ่อมเครื่องยนต์บริเวณพื้นหน้าร้านพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ตกอยู่ 3 ปลอก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน


ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้หลบหนีไปไหนยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อต่อมา นายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ชาว จ. พระนครศรีอยุธยา พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนลูกซองยาว พร้อมลูกกระสุนปืน ที่อยู่ในกระบอกปืน 2 นัด เป็นลูกปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว ไปสอบสวน สภ. บางปะอิน เผยว่าตนเองได้ยินเสียงลูกชายตระโกนเรียก ว่าพ่อๆเอาปีนออกมาซิผมถูกไล่แทง เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวอกคนเป็นพ่อ เมื่อลูกจะถูกทำร้าย และบุกรุกมาถึงที่ร้าน จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ กลุ่มคู่กรณี ดังกล่าว

 

 

จากการสอบถาม นายพลวัฒน์ ภาควัดร์ อายุ 28 ปี เล่าว่า ผู้ก่อเหตุนั้นเป็นพ่อ ตนเองเป็นลูกชาย และได้เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ อยู่ตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุนั้น ผู้ได้รับบาดเจ็บได้มาจอดรถอยู่ทางด้านฝั่งตรงข้ามจากนั้นก็เดินมาที่ร้าน ตนอยู่ภายในร้านซึ่งขณะนั้นร้านได้ปิดประตูร้าน แง้มเอาไว้ จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงปืนยิงเข้ามาในร้านนึงนัด จึงออกมาดูก็พบผู้บาดเจ็บยืนอยู่บริเวณหน้าร้านและมีการโต้เถียงกัน ผู้บาดเจ็บ จะเอามีดแทงตนเอง จึงได้ตะโกนเรียกพ่อ ว่าพวกมันมาอีกแล้วและให้พ่อหยิบปืนมาด้วยจากนั้นพ่อออกมาก็ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้บาดเจ็บ 2 นัด ส่วนสาเหตุนั้นเนื่องจาก ที่ตนเองต้าว่าผู้บาดเจ็บทำอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถเหมือนกันและตนเอง ได้เข้าไปคอมเม้น ในFacebook ของรุ่นพี่เกี่ยวกับการซ่อมรถโดยที่ตนเองก็ไม่ได้รู้จักกับผู้บาดเจ็บมาก่อน จึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้บาดเจ็บไม่พอใจ จนเมื่อวานผู้ก่อเหตุได้ขับรถเก๋งมาที่ร้าน และมาเบิ้ลรถอยู่หน้าร้าน ตนเองจึงออกไปถาม ว่ามีปัญหาอะไรและมาเบิ้ลรถหน้าร้านทำไม ทำให้ทางนู้นไม่พอใจจะใช้มีดแทงตนเองตนเองจึงกลับมาที่ร้านและคนเจ็บก็ขับรถ หลบหนีไปจนมาวันนี้ ผู้บาดเจ็บ ก็กลับมาหาเรื่องที่ร้านตนอีก 1 ครั้งจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับผู้บาดเจ็บมาก่อนและที่ต้องทำก็เพราะผู้บาดเจ็บได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาที่ร้านของตนก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. บางปะอิน จึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุและลูกชายของผู้ก่อเหตุนำตัวไปสอบสวน อย่างละเอียดอีกครั้ง

 


ด้านพ.ต.อ สถิตย์ สังข์ประไพ รักษาการ ผกก.สภ. บางปะอิน เผยจากการสอบส่วนเบื้องต้น ลูกชายผู้ก่อเหตุ. มีอาชีพเปิดอู่ช่อมรถ เหมือนกันกับผู้บาดเจ็บ. แล้วนายพลวัฒน์ ลูกชายผู้ก่อเหตุ มีการไปคอมเม้นใต้เฟสบุ๊ค ของรุ่นพี่ ซึ่งผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนด้วยทำให้เห็นคอมเม้นใต้เฟสบุ๊ค ที่นายพลวัฒน์ เข้าไปคอมเม้นจึงเกิดความไม่พอใจ แล้วมีการมาหาเรื่องนายพลวัฒน์ ที่หน้าร้าน ก่อนแล้ว1 วัน. จนวันนี้ กลับมาอีกครั้ง จึงทำให้นายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นพ่อ ออกมาปกป้องลูก จึงใช้อาวุธปืนก่อเหตุดังกล่าว


ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าคู่กรณีมีการใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาก่อนนั่น ยังไม่พบพยานหลักฐาน เบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหา กับนายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ ในข้อหาพยายาม ฆ่าผู้อื่น. มีอาวุธปีนไว้ในครอบครอง