วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563 04:26 น.

อาชญากรรม

ศาลสั่งคุกไม่รอลงอาญา แก๊งล่อซื้อกระทงลิขสิทธิ์ กรรโชกทรัพย์

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 17.38 น.
ความคืบหน้า  กรณีเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 15 ปี หารายได้เสริมรับทำกระทง กระทั่งมีคนโทรมาสั่งกระทงลายการ์ตูน ยอดรวม 510 บาท โดยมีการวางเงินมัดจำ 200 บาท พร้อมนัดรับของในตัวเมืองโคราช ต่อมาเมื่อถึงเวลานัดรับของได้มีการจับกุมเด็กสาววัย 15 ปี เนื่องจากกระทงมีลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ โดยได้เสนอเรียกรับเงิน 5 หมื่นบาท และกับการปล่อยตัวและไม่ต้องติดคุก สุดท้ายผู้ปกครองเจราจายอมจ่ายเงินให้ 5,000 บาท ซึ่งต่อมา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายประจักษ์ โพธิผล, นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร และ น.ส.วนิสา ฯ ภรรยาของนายนัน ฯ 3 ผู้ต้องหาขบวนการรีดทรัพย์เหยื่อล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ที่อ้างเป็นตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ ในฐานความผิดกรรโชกทรัพย์ ใช้เอกสารปลอม แจ้งความเท็จและกักขังหน่วงเหนี่ยว และมีผู้เสียหายอีกกว่า 50 ราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ โดยมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกันเด็กหญิงวัย 15 ปี พร้อมมีการเรียกรับเงิน 2-5 หมื่นบาง และบางรายถูกเรียกสูงถึง 1 แสนบาท  จนเป็นคดีโด่งดังเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมานั้น
 
ล่าสุด วันที่ 28 ตุลาคม 2563 นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหนาของคดีว่า ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าไปเป็นทนายร่วม เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย คือเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) เป็นคดีแรก และได้มีการสืบพยานกันมา จนศาลได้สั่งฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน  ซึ่งเช้าวันนี้ ศาลจังหวัดนคราชสีมาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยใน 3 ข้อหา คือ ใช้เอกสารปลอมในเรื่องของหนังสือมอบอำนาจ  , แจ้งความเท็จ และกรรโชกทรัพย์  โดยสั่งให้จำคุกจำเลยที่ 1 คือนายประจักษ์ โพธิผล  2 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร จำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา  ส่วนจำเลยที่ 3 คือ น.ส.วนิสา ฯ ภรรยาของนายนัน ฯ ศาลได้ยกฟ้องเนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว  
 
และในส่วนของผู้เสียหายรายอื่นๆ นาย ณพจน์  ผลเจริญ ฝ่ายช่วยเหลือทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ / ส่วนราชการ เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทุกรายแล้ว และขณะนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งว่า อยู่ในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม และรอดูผลคำพิพากษาในคดีนี้ก่อน สำหรับเป็นแนวทางประกอบสำนวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุลักษณะคล้ายกัน จะมีแตกต่างกันเรื่องสินค้าที่ทำขึ้นจำหน่าย  แต่ทั้งนี้ 3 ข้อกล่าวหาที่ส่งฟ้องขอให้ดำเนินคดีกับจำเลยไปแล้วนั้น  ไม่เกี่ยวข้องกับข้อหาที่จะชี้ชัดว่าเด็กหญิงเอฯ ได้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่  ซึ่งหากผู้เสียหายรายอื่นๆร้องขอความช่วยเหลือมา ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมายินดีให้การช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่ศาลลงโทษจัดสินจำเลยที่  1 และ 2 ไม่เท่ากัน ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์การทำความผิดเป็นหลัก จึงใช้ดุลพินิจในคำตัดสินพิพากษาไม่เท่ากัน โดยหลังจากมีศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา ทางจำเลยที่ 1 และ 2 ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์  ซึ่งเบื้องต้นศาลชั้นต้นได้ให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 3 คน ด้วยหลักทรัพย์คนละ 8 หมื่นบาท ส่วนชั้นอุทธรณ์ยังไม่รู้ว่าจะมีดุลพินิจเรียกประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวนเท่าไร   และเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์ ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ก็จะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการยื่นคำแก้อุทธรณ์ ช่วยเด็กหญิงเอฯ ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามลำดับต่อไป