วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564 08:10 น.

อาชญากรรม

ผบช.สตม. แถลงกวาดล้างแก๊งค้ามนุษย์ เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.31 น.
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกากับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพานักอาศัย หรือ เข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ดารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตารวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พานักในประเทศไทย กระทาผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทาให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
 
สานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยเร่งรัดกวดขันจับกุม ตามนโยบายข้างต้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการกระทาผิดที่มีมูลค่าความเสียหายเป็นจานวนมาก เป็นคดีที่น่าสนใจและกระทบกับประชาชนทั่วไป โดยในช่วงที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้
 
 
กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 โดย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 1. (กก.สส.บก.ตม.3) สตม.รวบนายหน้าหลอกต่างด้าวต่อวีซ่า สุดท้ายเชิดเงินหนี 2. (กก.สส.บก.ตม.3) สตม.รวบแก๊งขนคน เหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายลักลอบขนแรงงานต่างด้าว 3. (ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ ตม.จว.ฉะเชิงเทรา บก.ตม.3) จับ 2 คนไทย ร่วมกันช่วยเหลือขนย้ายแรงงานต่างด้าว 4. (ตม.จว.สมุทรปราการ บก.ตม.3) สตม.เจ๋ง ใช้รถตรวจการณ์อัจฉริยะ จับผู้ต้องหาลักลอบ ขนคนเข้าเมือง 1. และ 2. (กก.สส.บก.ตม.3) รวบนายหน้าหลอกต่างด้าวต่อวีซ่า สุดท้ายเชิดเงินหนี  รวบแก๊งขนคน เหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายลักลอบขนแรงงานต่างด้าว
 
สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม, พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม, พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.กฤตัชญ์  บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.๓ และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓ ร่วมแถลงข่าว จำนวน ๒ เคส ดังนี้.
 
เคสที่ 1 “จับหลอกคนต่างด้าวทำวีซ่า” ก่อนเกิดเหตุ กก.สส.บก.ตม.๓ ได้ตรวจพบว่ามีผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความลงใน SOCIAL MEDIA ว่ามีผู้ประกอบการและแรงงานคนต่างด้าวได้ถูกนายหน้ารับจ้างทำเอกสารคนต่างด้าวมีพฤติกรรมหลอกให้ผู้ประกอบการหรือแรงงานต่างด้าวหลงเชื่อว่าว่าสามารถดำเนินการเรื่องเอกสารคนต่างด้าวได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าดำเนินการให้เพื่อไปดำเนินการเอกสารคนต่างด้าวจำนวน ๒๐ คนรวมค่าใช้จ่ายที่โอนให้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อมานายหน้าดังกล่าวได้นำเอกสารคนต่างด้าวมาคืนให้พร้อมแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ยอมคืนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้เสียหายโอนให้ไป ซึ่งต่อมาผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรีให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา ข้อหา ฉ้อโกงทรัพย์ และศาลแขวงนครปฐม ได้อนุมัติหมายจับที่ ๑๒๐/๒๕๖๓ ให้จับกุมผู้ต้องหา ซึ่งกระทำผิดฉ้อโกงทรัพย์  ซึ่งกก.สส.บก.ตม.๓ ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวแต่ผู้ต้องหาเปลี่ยนแปลงสถานที่พักอาศัยตลอด ต่อมา ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางมาในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงได้เฝ้าติดตามและจับกุมตัวตามหมายจับได้  จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปส่วนความเสียหายของรายอื่นๆกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลติดตามผู้เสียหายและสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวต่อไป
 
 
เคสที่ 2 “จับแก๊งเหิมลักลอบขนคน” ก่อนเกิดเหตุ กก.สส.บก.ตม.๓ ได้รับแจ้งกลุ่มแก๊งขนคนโดยลักลอบขนชาวกัมพูชาเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดสระแก้วเข้าสู่พื้นที่ชั้นในทั้งจังหวัดชลบุรี และกรุงเทพฯ จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่ากลุ่มคนร้ายจะนำรถยนต์กระบะมีหลังคา ทะเบียน 9กง xxxx กทม. มีพฤติกรรมวิ่งรับส่งขนคนต่างด้าว จึงได้วางแผนจับกุมจนกระทั่ง พบรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมด้วย รถยนต์ทะเบียน ฌป xxxx กทม. ลักษณะพิรุธจึงได้ติดตามสกัดจับได้ที่บริเวณริมถนน สก.3086 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จว.สระแก้ว ผลการตรวจสอบพบ นายวีระวัฒน์ สงวนนามสกุล อายุ 45 ปี และ นายชูชาติ สงวนนามสกุล อายุ 58 ปี แสดงตนเป็นคนขับรถยนต์ทั้งสองคันดังกล่าว ภายในรถตรวจพบ คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 12 คน สอบถามรับว่ารับคนต่างด้าวดังกล่าว โดย นายวีระวัฒน์ฯ รับมาจากบริเวณช้างสามเศียร สมุทรปราการ จำนวน 7 คน ส่วน นายชูชาติฯ รับจากพื้นที่ชลบุรี จำนวน 5 คน เพื่อไปส่งให้นายหน้ากัมพูชาที่บริเวณชายแดนเพื่อส่งออก และขณะเดียวกันก็จะรับคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ชั้นอีกทีต่อหนึ่ง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ขัดคำสั่ง จว.สระแก้วที่ 944/2563 เรื่องห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในจังหวัดสระแก้ว และกระทำการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548"
 
3. (ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ ตม.จว.ฉะเชิงเทรา บก.ตม.3)  จับ 2 คนไทย ร่วมกันช่วยเหลือขนย้ายแรงงานต่างด้าว ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  เจ้าหน้าที่ ตม.จว.ฉะเชิงเทรา, ตม.จว.ชลบุรี, ชุดปฏิบัติการที่ 2 ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 2 (ศอ.ปส.ภ.2), ชุดปฏิบัติการที่ 1 ชุดปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 2 (ศปชก.ภ.2), สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 ได้ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหาคือ 1. นายธรรมรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาที่ 2. นายสุบรรณ (สงวนนามสกุล)  อายุ 19 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐาน “ร่วมกันหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการอุปการะช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่บุคคลต่างด้าวเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 40/2563 ข้อที่ 1 ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า-ออก จังหวัดฉะเชิงเทรา”
 
 
พฤติการณ์และเหตุแห่งการจับกุม ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับขอปิดนามว่ามีข้อมูลเครือข่ายลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้า-ออก ราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยวิธีการจะมีผู้ประสานงานฝ่ายกัมพูชาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดหายานพาหนะสำหรับขนลำเลียงเคลื่อนย้ายแรงงานบุคคลต่างด้าว สัญชาติ กัมพูชา โดยคิดค่าตอบแทนจากบุคคลต่างด้าวในราคาหัวคนละประมาณ 5,500 บาท จะมีการลักลอบช่วยเหลือขนย้ายต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มาถึงบริเวณ ด้านหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.บางไผ่  อ.เมือง จว.ฉะเชิงเทรา โดยใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทะเบียน กรุงเทพฯ เป็นรถนำทางและขนสัมภาระ และมีรถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคลทะเบียนอ่างทอง สีบรอนซ์เทา เป็นยานพาหนะในการขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเส้นทางหมายเลข 304 บางส่วน และกำลังอีกส่วนหนึ่งซุ่มดูอยู่บริเวณด้านหน้ารีสอร์ท
 
จนต่อมา เจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันดังกล่าว มีนายสุบรรณ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ และพบรถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคลคันดังกล่าว มีนายธรรมรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ จึงเข้าไปตรวจค้นซึ่งจากการตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา รวม 10 คน นั่งอยู่บนรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จากการซักถามแรงงานต่างด้าวเบื้องต้นยอมรับว่าจะเดินทางออกจากราชอาณาจักร โดยเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า จว.สระแก้ว เพื่อกลับประเทศกัมพูชา
 
ซึ่งทุกคนมีเอกสารหนังสือเดินทาง ส่วนนายสุบรรณฯ และนายธรรมรัตน์ฯ รับว่ารับงานมาจาก นายหนุ่มไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงซึ่งปกติจะมีผู้ประสานงานฝ่ายกัมพูชา เกี่ยวข้องในการดำเนินการขนย้าย ลำเลียง แรงงานคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ทั้งสิ้น นอกจากนั้นจากการซักถามเบื้องต้นก็ยังไม่ได้มีการขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
 
ในการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เข้า-ออก จังหวัดฉะเชิงเทราแต่อย่างใด การกระทำของ นายสุบรรณฯ และนายธรรมรัตน์ฯ จึงเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการอุปการะช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่บุคคลต่างด้าวเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 40/2563  ข้อที่ 1 ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า-ออก จังหวัดฉะเชิงเทรา” จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนและตรวจยึดของกลาง เป็นรถยนต์ที่ใช้ จำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง ส่ง พงส.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมาย 4. (ตม.จว.สมุทรปราการ บก.ตม.3) สตม.เจ๋ง ใช้รถตรวจการณ์อัจฉริยะ จับผู้ต้องหาลักลอบ ขนคนเข้าเมือง 
 
พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. เผยว่า ได้สั่งการให้มีการระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาหมายจับ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ว่า นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหารายนี้ เคยกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำคนลาวเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลบหนีในชั้นพิจารณาคดีมากบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ นานกว่า 5 ปี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะออกสืบค้นจนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ จพ632/2559 ลง 4 ต.ค.59 ฐานความผิด “พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และ พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว” พักอาศัยอยู่ใน ต.บางยอ อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ จนกระทั้งได้พบผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวที่บริเวณหน้าบ้านพัก จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งแสดงหมายจับและตำหนิรูปพรรณให้ผู้ต้องหาดูแล้ว สอบถามผู้ต้องหาว่าเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
 
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดังกล่าว

หน้าแรก » อาชญากรรม