วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564 00:09 น.

อาชญากรรม

สตช.รับโอนคดีฆ่าโหด "เสี่ยค้าหอยไชยา" หลังพบเชื่อมโยงหลายคดีในหลายพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.26 น.
จากกรณีนางสาวจินดาหรา วศินทรัพย์ อายุ 31 ปี ไลฟ์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือหลังนายโกศล เรืองดุกหรือตุ้ม อายุ 45 ปี สามีนักธุรกิจค้าขายหอยและรับซื้ออาหารทะเลรายใหญ่ของ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานีหายตัวไปหลังจากที่มีเพื่อนมารับจากที่บ้านพักไปดื่มสุรากับเพื่อนที่ศาลาข้างบ้านเลขที่ 89 หมู่ 5 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี แล้วหายไป พบเพียงรอยคราบเลือดจำนวนมาก ลากเป็นทางยาวมาจนถึงถนนหน้าหมู่บ้าน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา ต่อมาพลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่คลี่คลายคดีด้วยตัวเองจนนำไปสู่การออกหมายจับกุมผู้ต้องหา 7 คนคือ 1. นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ อายุ 43 ปีหัวหน้าแก๊ง 2. นายคำธร เศวตศิลป์ อายุ 32 ปี 3. นายสุรชัย คงสุข อายุ 39 ปี 4. นายเกรียงไกร แสงสง่า อายุ 34 ปี 5. นายเจริญ คะเชนทอง อายุ 56 ปี 6. นายจิรายุทธ เศวตศิลป์ อายุ 24 ปี 7. นายทิวากร เลื่องสุนทร อายุ 33 ปี
 
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทาง สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควรและจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและร่วมกันลอบฟัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และจนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1เดือนแล้วก็ยังไม่พบศพและยังจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้
 
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 มิ.ย. 64 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีพลตำรวจเอกจารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.สส1 ) พร้อมด้วย พลตำรวจโทกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8/พลตำรวจตรีนันทเดช ย้อยนวล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8/พลตำรวจตรีนภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 8/พลตำรวจตรีธรรมนูญ ประยืนยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมความคืบหน้าของคดีนานเกือบ 2 ชั่วโมง
 
ภายหลังการประชุมพลตำรวจเอกจารุวัฒน์ ไวศยะได้ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ได้โอนสำนวนเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนกลางไปแล้วจึงมาแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่ให้รับทราบเนื่องจากผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงผูกพันในหลายพื้นที่เช่นในจังหวัดแพร่/เชียงราย/และนครศรีธรรมราช โดยจังหวัดแพร่เกี่ยวพันกับคดีอาวุธปืนและวัตถุระเบิด จึงมาแจ้งต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ให้รับทราบแต่ก็ยังทำงานควบคู่กันไป โดยสำนวนการสอบสวนในขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมากและมีแนวโน้มว่าจะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มแต่ยังระบุไม่ได้ในตอนนี้และบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถที่จะเปิดเผยต่อสื่อได้ ขอให้พนักงานสอบสวนทำงานอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งใช้พนักงานหลายส่วนเข้ามาร่วมเพราะเชื่อมโยงหลายพื้นที่ มีความผิดต่างกรรมต่างวาระส่วนการค้นหาศพยังดำเนินการค้นหาต่อเนื่อง.