วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:23 น.

อาชญากรรม

หนุ่มใหญ่ขี้เมาจอบฟาดหัวญาติดับกลางทุ่งนา อ้างโมโหขอบุหรี่ไม่ให้

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 19.57 น.

เมื่อวันที่28 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศงานศพของนายสุริยันต์ ตัสดี อายุ 28 ปี จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเลขที่ 21 หมู่10 บ้านชลประทาน ต.โนนเปือย อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ทางญาติจะเคลื่อนศพไปเผาตามศาสนาต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา10.27 น.วันที่27 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ณรงค์ อาจคำพันธ์ รับแจ้งเหตุฆ่ากรรมเสียชีวิตที่กลางทุ่งนาบ้านชลประทาน ระหว่างบ้านสุขสว่าง-บ้านคำม่วงไข่ ต.โนนเปือย อ.กุดชุม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรรพ.กุดชุมและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ฮุก31 จุดกุดชุม

ที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนาพบศพนายนายสุริยันต์ ตัสดี อายุ 28 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพหัวจมโครน  สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว ในมือซ้ายยังกำกล้าข้าวแน่น เลือดไหลท่วมบริเวณ ตรวจสอบร่างกายพบบริเวณศีรษะมีแผลขณะใหญ่สามจุด ประกอบด้วยขมับขวา หลังกกหูขวาและท้ายทอย มีแผลลึกจนเห็นกระดูก บริเวณโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้คือนายปัญญา เพิ่มพลู หรือเชียง อายุ 53 ปี เป็นพี่ชายของพี่เขย เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านพัก ขณะกำลังอาบน้ำอยู่ในป่ากล้วยหลังบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุคือจอบขุดดิน ถูกซ่อนไว้ที่ป่ามันสำปะหลัง ห่างจากจุดเกิดเหตุ150 เมตร

นางรุ่งลาวัลย์ ขุมคำ อายุ37 ปี พี่สาวผู้ตายเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชายของแฟนตนเองส่วนผู้ตายคือน้องชายของตนเอง ซึ่งปกติทั้งสองก็รู้จักกันแต่ไม่ค่อยสนิท แต่เนื่องจากปีนี้ตนวานให้น้องชายที่ตายมาช่วยทำนา จึงมาเริ่มช่วยทำนาได้ประมาณ1 สัปดาห์ ช่วงไปทำนาผู้ก่อเหตุมักจะมาขอบุหรี่จากน้องชายตนเป็นประจำ ซึ่งผู้ตายก็ให้ไปเกือบทุกวันกระทั่งเมื่อเวลา 08.00 น.ของเมื่อวานนี้ตนมาส่งน้องชายที่ทุ่งนาเพื่อถอนต้นกล้าข้าวรอ จากนั้นตนก็เข้าไปทำธุระที่ตัวอำเภอกับสามี กระทั่งตนกลับเข้ามาที่ทุ่งนาประมาณ 09.30 น.จึงให้แฟนออกตามหากระทั่งพบน้องชายนอนจมกองเลือด ซึ่งตนทราบทันทีว่าผู้ก่อเหตุต้องเป็นนายเชียงอย่างแน่นอนเพราะมีคนเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ส่วนสาเหตุตนยังไม่ทราบชัดเจนมาเกิดจากอะไร ส่วนน้องชายตนนั้นเป็นคนนิสัยดี มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและก็มาทำนาช่วยตนเป็นประจำส่วนผู้ก่อเหตุมักมีนิสัยรุนแรง ชอบโวยวาย

ขณะที่นางสาวปวีณา อายุ 51 ปี อดีตภรรยาผู้ก่อเหตุกล่าวว่าตนอยู่กินกับสามีมาเกือบ30 ปี มีลูกด้วยกัน2 คนแต่ตนเพิ่งเป็นฝ่ายบอกเลิกสามีไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา  โดยนิสัยสามีถือว่าเป็นคนขยันทำมาหากิน แต่ที่ได้เลิกเพราะพูดไม่ฟัง เป็นคนเอาแต่อารมณ์ตัวเอง ไม่ฟังคนอื่นพูด ที่สำคัญตนห้ามไม่ให้ดื่มเหล้า แต่อดีตสามีตนเป็นคนติดเหล้าหนักจึงไม่ฟัง ตนจึงขอแยกทางออกมา แต่ก็ยังมีลูกชายค่อยดูแลเอาข้าวเอาน้ำไปส่งทุกวันพร้อมทั้งให้เงินใช้ แต่ช่วงหลังลูกชายไม่ได้ให้เนื่องจากอดีตสามีชอบเอาไปดื่มเหล้า จนสามีพูดข่มขู่ลูกชายว่าจะฆ่าทิ้งให้หมด ลูกเกิดความกลัวจึงไม่ได้ไปนอนด้วย กระทั่งมาก่อเหตุในครั้งนี้

ส่วนนายพล ไชยรักษ์ อายุ 54 ปี ญาติที่ทำนาอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เผยว่าปกติผู้ก่อเหตุมักจะมาขอบุหรี่จากผู้ตายทุกวัน ซึ่งช่วงก่อนเกิดเหตุตนยังเห็นผู้ก่อเหตุและผู้ตายนั่งสูบบุหรี่ด้วยกันที่คันนา โดยผู้ก่อเหตุสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก็อต หลังจากนั้นตนก็ทำนาตามปกติกระทั่งได้ยินเสียงดังตุ๊บๆๆ สามครั้ง ตนก็ไม่ได้สนใจนึกว่าคนตอกหลักควาย เพราะไม่มีเสียงร้องโวยวายอะไรเลย ซึ่งตนมาทราบอีกครั้งตอนที่พี่สาวผู้ตายมาตามหา ตนจึงบอกให้ลองไปหาดูผู้ตายอาจจะไปหลบนอน กระทั่งพี่เขยผู้ตายเดินไปตามหาที่ทุ่งนาพบผู้ตายนอนจมกองเลือด จึงได้ร้องเรียกให้ตนไปช่วยเหลือ เมื่อตนไปถึงพบว่าผู้ตายนอนหัวจมโครนไม่มีชีพจร ในมือซ้ายยังกำต้นกล้าข้าวไว้แน่น จึงได้บอกให้โทรศัพท์แจ้งหน้าที่ตำรวจ  ส่วนนิสัยของผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ติดสุรา ไม่เชื่อคำพูดคนอื่น ไม่ฟังคำพูดของใคร ใช้แต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ซึ่งก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุนายเชียง ผู้ก่อเหตุยังเปลี่ยนเป็นเสื้อคอกลมสีขาวสวมหมวก เดินมายังจุดเกิดเหตุพร้อมกับที่ถุงพลาสติกที่มีสมุดอยู่ภายใน ตนก็ได้พูดกับผู้ก่อเหตุว่ามึงไปดูสิวาาทะอะไรไว้ ผู้ก่อเหตุก็ไม่พูดอะไรแต่เดินมาตรงคันนาใกล้ศพและก็เดินกลับมาหาตน ตนจึงพูดว่าเขารู้แล่วว่ามึงทำอะไรผิด ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้พูดอะไรแต่กลับเดินหนีไปยังบ้านพัก โดยหน้าตายนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นตนได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามตัวผู้ก่อเหตุที่บ้านพักซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร พบผู้ก่อเหตุกำลังอาบน้ำอยู่ในป่ากล้วยหลังบ้านพร้อมนุ่งกางเกงในตัวเดียวพร้อมกับพูดคนเดียวว่า”ฆ่านั้นแหล่ว มันมายุ่งเกี่ยวกับลูกกับเมียข่อย สิเอาไว้เอ็ดหยั่ง หะ หะ หะ” พวกตนก็เรียกผู้ก่อเหตุออกมาถามว่าเพราะบุหรี่ถึงกับฆ่าคนเลยรึ แต่ก็ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะ ตนจนทนฟังไม่ได้เลยเดินหนีออกมา

อย่างไรก็ตามนายอดุลย์ องอาจ อายุ41 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในกระท่อมใกล้จุดเกิดเหตุประมาณ 25 เมตร เผยว่าช่วงเกิดเหตุตนนั่งกินข้าวอยู่ในกระท่อมกลางนา ขณะนั้นได้ยินเสียงดังตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ อยู่สามครั้ง พร้อมกับเห็นผู้ก่อเหตุกำลังใช้จอบเหมือนกับขุดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเหลือตนจึงไม่ได้สนใจ นึกว่าทั้งคู่กำลังนั่งทำงานตามปกติ  กระทั่งมาทราบภายหลังจึงเดินมาดูก็พบเป็นศพแล้ว อย่างไรก็ตามตนคิดว่าผู้ตายกำลังนั่งดึงต้นกล้าข้าวส่วนผู้ก่อเหตุใช้จอบฟาดเข้าเต็มแรงเพราะไม่มีร่องรอยการต่อสู้ 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนนายปัญญา ซึ่งผู้ต้องหาพูดเพียงว่าแค้นเพียงผู้ตายไม่ให้บุหรี่จึงไม่พอใจบันดาลโทสะ จึงใช้จอบฟาดผู้ตายขณะนั่งถอนต้นกล้า พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดยโสธรในวันพรุ่งนี้ต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม