วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:08 น.

อาชญากรรม

ยามอุบากองฤกษ์ดับ รวบคาบ้าน “ไอ้เสือ”วัยรุ่นเครือข่ายยานรก พร้อมยาบ้ากว่า 3 แสนเม็ด

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.45 น.

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ภายใต้การอำนวยการของหน่วยบัญชาการปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม สั่งการให้ พ.ต.ต.นพดล รัตนตรัยวงศ์ สารวัตรสืบสวนฯ บูรณาการร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) ทหารพรานที่ 2103 (ทพ.2103) ฯลฯ วางแผนจับกุมเป้าหมายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังสืบทราบว่านายมณฑล หรือเสือ อายุ 21 ปี ชาวบ้านท่าหนามแก้ว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยได้รับการซัดทอดจากผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

โดยวันที่ 28 พฤษภาคม 2567  เวลาประมาณ 19.00 น.ชุดปฏิบัติการได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่า เห็นชายฉกรรจ์แบกกระสอบปุ๋ย จำนวน 3 กระสอบ เข้าไปในบ้านท่าหนามแก้ว ต.หนองเทา ซึ่งเป็นบ้านของนายเสือ บุคคลเป้าหมายที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติด เฝ้าติดตามพฤติการณ์ตลอดมา คาดน่าจะเป็นยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายเสือยืนอยู่หน้าบ้าน ยังไม่ทันจะพูดอะไรนายเสือก็วิ่งหนีไปทางหลังบ้าน แต่ถูกจับกุมตัวไว้ได้

โดยจากการตรวจค้น พบกระสอบปุ๋ยสีเหลือง จำนวน 3 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ที่เบาะหลังรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว 4 ประตู ทะเบียน ขข 8507 อุดรธานี ที่จอดอยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าว เมื่อเปิดออกดูมีห่อกระดาษไขสีเหลือง ประทับอักษรอังกฤษ Y1 อัดแน่นทั้ง 3 กระสอบ ซึ่งเป็นยาบ้าประมาณ 352,000 เม็ด นายเสือถูกมัดด้วยหลักฐาน ยอมรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตน ที่ลำเลียงมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปส่งเครือข่ายในพื้นที่ตอนในหลายจังหวัด และทำมาหลายครั้ง จนสามารถซื้อรถและมีเงินฝากอยู่ในธนาคาร

นอกจากนี้นายเสือผู้ต้องหา อ้างว่าทุกครั้งที่จะออกไปส่งยาบ้าให้เครือข่าย จะตรวจเช็คฤกษ์ยามอุบากอง ว่า เวลาไหนเหมาะแก่การเดินทาง และรอดพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง จึงเชื่อว่ายามอุบากองแม่นยำที่สุด แต่ครั้งนี้เจอฤกษ์ดับจึงถูกจับพร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน และสอบสวนขยายผลผู้ร่วมกระบวนการต่อไป

เบื้องต้นในการจับกุมนายเสือ ถือเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อดำเนินการตรวจทรัพย์ และยึดทรัพย์ที่มาจากการกระทำผิด ซึ่งครั้งนี้ได้ยึดรถยนต์กระบะ 4 ประตู และ รถจักรยานยนต์ และเงินสดจำนวนหนึ่งในบัญชีธนาคาร โดยมีการตรวจทรัพย์ย้อนหลังไปอีก 10 ปี แม้มีการโอนถ่ายไปก็สามารถตามยึดได้หมด

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มุ่งเน้นการทำลายองค์กรการค้ายา ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหายาเสพติด เปิดโอกาสให้ผู้เสพได้รับการบำบัด เพื่อให้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่ต้องการปรับเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และลดความเดือดร้อนของประชาชน

หน้าแรก » อาชญากรรม