วันอังคาร ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 23:27 น.

อาชญากรรม

ตามรวบแล้ว! แฟนใหม่แม่ลักพาตัว "น้องอุ๋งอิ๋ง" อ้างแค้นถูกสลัดรัก แม่ดีใจลูกกลับสู่อ้อมอก

วันพุธ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 19.02 น.

คืบหน้า กรณีมีคนร้ายก่อเหตุลักพาตัวน้องอุ๋งอิ๋ง วัย  3 ขวบ มาจากโรงเรียนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 7 บ้านสวนป่า หมู่ 1 ตำบลนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธ์ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา  โดยผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นแฟนใหม่ของแม่ของน้องอุ๋งอิ๋ง ทราบชื่อคือ นายอำพล หรืออาร์ต อายุ 29 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ที่เลิกคบหากันไปแล้ว โดยมีการโพสต์เฟซบุ๊คทั้งรูปภาพและข้อความ ฝากโซเชียลให้ช่วยค้นหา

ล่าสุด ในเช้าของวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 นางประไพศรี ไพศาล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาขาท่า ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพน  ได้ขับรถผ่านมาเจอเด็กหญิงต้องสงสัยยืนอยู่ริมถนนบริเวณสำนักสงฆ์ บ้านแก้งส้มโฮง หมู่ 1 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จึงประสานไปยัง  ดต.หญิง สุภาวดี เข็มรัตน์ อายุ 46 ปี ครูใหญ่โรงเรียนตะเวนชายแดนชูทิศวิทยา (รร.ตชด.ชูทิศวิทยา) บ้านน้อยลวงมอง หมู่ 8 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อตรวจตรวจสอบว่าเป็นนักเรียนของ รร.ตชด.ฯนี้หรือไม่ เนื่องจากเด็กมีอาการหวาดกลัว

เมื่อครูใหญ่ รร.ตชด.ชูทิศวิทยา เดินทางมาดูตัวเด็กแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่นักเรียนในพื้นที่ จึงประสานนางสุภันดา จุลบาท ผู้ใหญ่บ้านน้อยลวงมอง รับตัวมาดูแลที่ รร.ตชด.ฯดังกล่าวเป็นการชั่วคราว พร้อมติดตามหาผู้ปกครองเด็กมารับตัวกลับไป หลังตรวจสอบพบว่าเป็นเด็กที่ชาวโซเชียลช่วยกันตามหาคือน้องอุ๋งอิ๋ง วัย 3 ขวบ ที่ถูกลักพาตัวมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้ประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เป็นการเร่งด่วน โดยเบื้องต้นพบนายอำพลหรืออาร์ต บุคคลที่มากับน้องอุ๋งอิ๋งนอนหลับอยู่ในกุฏิที่พักสงฆ์

 ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ. ท่าอุเทน มอบหมายให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัย พบรถจักรยานยนต์อยู่หน้ากุฎิ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมประสานตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เดินทางมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาพราก ผู้เยาว์ ส่วนตัวเด็กตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย แต่มีอาการหวาดกลัวและอ่อนเพลีย ง่วงนอน นางสุภันดาผู้ใหญ่บ้านน้อยลวงมอง หมู่ 8 จึงเกลี้ยกล่อมและอุ้มน้องไว้ในอ้อมกอดตลอดเวลา พร้อมประสานบ้านพักเด็กนครพนม รับไปดูแลเพื่อรอแม่เด็กมารับตัวต่อไป

สอบถามผู้ก่อเหตุ คือ นายอำพล อายุ 29 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ประกอบอาชีพต้มเกลือ เปิดเผยว่าตนได้นำตัวเด็กมาจริง แต่ไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกาย ทำไปเพราะประชดรักน้องน้ำหวานแฟนสาว แม่ของน้องอุ๋งอิ๋ง เนื่องจากมีปัญหาชีวิต หลังจากคบคบหาเป็นแฟนกันมาประมาณหนึ่งปี แต่ไม่สมหวังมีปัญหาหลายอย่าง อีกทั้งถูกญาติฝ่ายหญิงกีดกัน จึงเกิดความไม่พอใจ ด้วยความโมโหจึงไปรับเด็กออกจากโรงเรียน พาขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมาเส้นทาง จ.กาฬสินธุ์ ขึ้นเขาภูพานมาลง จ.สกลนคร และเข้าเขต อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ผ่านพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ทะลุ อ.บ้านแพง จ.นครพนม และแวะมาพักเหนื่อยที่ สำนักสงฆ์บ้านแก้งส้มโฮง หมู่ 1 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม หากตื่นขึ้นมาก็จะเข้าไปหาเพื่อนที่อยู่ในตัวเมืองท่าอุเทน จากนั้นจะพาตัวน้องไปส่งที่บ้านเด็ก แต่มาถูกเจ้าหน้าที่มาจับกุมก่อน อย่างไรก็ตามยืนยันไม่มีเจตนาทำร้ายเด็ก

โดยนายอำพลหรืออาร์ตผู้ต้องหา ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องงานสืบสวน สภ.ท่าอุเทน อยู่ในอาการเหม่อลอย ไม่อยากตอบคำถามของผู้สื่อข่าว ตอบเพียงบางคำสั้นๆว่าแค้นที่ถูกตัดรัก กรณีลักพาตัวเด็กมาต้องการสื่อสารบอกกับแม่เด็ก ว่า การที่คนที่ตนรักหายไปสักสองสามวันจะรู้สึกอย่างไร มันไม่ต่างจากตนในตอนนี้เลย เพราะญาติทางฝ่ายหญิงบีบให้ตนไปหาเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท มาผูกข้อต่อแขนกับน้องน้ำหวานแม่ของเด็ก ให้ถูกต้องตามประเพณี แต่ช่วงนี้หน้าฝนต้มเกลือไม่ได้จะเอาที่ไหนมาแต่ง และเด็กไม่พูดโกหกได้บอกตนหมดทุกอย่าง ว่า มีคนแปลกหน้ามานอนอยู่ที่บ้านด้วย จึงเชื่อว่าต้องเป็นผู้ชายคนใหม่แน่นอน

ทางด้าน นายสมัย กลางโหลง ผู้ใหญ่บ้านสวนป่า หมู่ 1 ต.นาจารย์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับบ้านของน้องน้ำหวาน ยืนยันว่าการที่นายอำพลหรืออาร์ต กล่าวหาเช่นนี้ไม่เป็นความจริง ทำนองว่าแม่ของเด็กคบซ้อน ยอมรับว่ามีการบอกให้มาตบแต่งให้เป็นไปตามประเพณี ไม่ใช่จะมาอยู่กับเขาแบบนี้ ชาวบ้านจะติฉินนินทาได้

ส่วน น.ส.จินตนาพร อรรคดี หรือน้องน้ำหวาน อายุ 25 ปี ก็บอกว่าไม่เคยคบซ้อนอย่างที่อดีตแฟนเก่าเข้าใจ พร้อมกับเปิดเผยว่านายอาร์ตเป็นคนอารมณ์ร้อน มักจะมีปากเสียงกับตนอยู่เป็นประจำ การที่เลิกคบเพราะคาดว่าคงเข้ากันไม่ได้ และคบหากันเมื่อเดือนกันยายน 2566 จากนั้นหลังบ้านพักแม่และเด็กนครพนม ลงบันทึกเอกสารต่างๆเรียบร้อย ก็ได้ส่งมอบตัวน้องอุ๋งอิ๋งคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว และต่างยกมือขอบคุณผู้เกี่ยวข้องกันและกัน ก็เดินทางกลับ จ.กาฬสินธุ์ โดยทางบ้านพักแม่และเด็กนครพนมจะประสานบ้านพักแม่และเด็ก จ.กาฬสินธุ์เข้าไปดูแลสภาพจิตใจของเด็กตามลำดับต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม