วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569 19:32 น.

อาชญากรรม

ตำรวจคุมตัว "ลุงสังข์" ทำแผนยิงหนุ่มวัย 42 ปี เผยถ้าไม่ดื้อไม่รั้นมึงก็ไม่ตาย พร้อมขออโหสิกรรม

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.42 น.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 19 เมษายน 2568 นายจักรกฤษณ์ เอี่ยมละออ อายุ 42 ปี  ถูกนายสังข์ (ขณะนั้นทราบเพียงชื่อเล่น) อายุ 57 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง 3 นัดซ้อน เสียชีวิตบนถนนเลียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ตรงข้ามกับฝั่งบ้านเอื้ออาทรฯ หมู่ที่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป กระทั่งต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.ของวันที่ 20 เมษายน 2568 ศาลจังหวัดสมุทรสาคร อนุมัติหมายจับ นายสุชาติ น่วมฉ่ำ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนอาวุธปืนและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
            
ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 21 เมษายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดุลย์ชัย เผ่าพันธุ์ศร รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร, พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้ร่วมกันนำตัว นายสุชาติ อายุ 57 ปี ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาตามหมายจับฯ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่บริเวณริมบนถนนสายท่ามะกา-หนองตากยา หมู่ที่ 7 ต.ท่าตะคร้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา
            
โดยบรรยากาศของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ก็พบว่า มีไทยมุงจำนวนมาก มาเฝ้าดูการทำแผนฯ ในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องให้อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายผู้ต้องหาได้ โดยใช้เวลาในการทำแผนฯ ประมาณ 30 นาทีก็แล้วเสร็จ ก่อนนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
            
ด้านนายสุชาติ อายุ 57 ปี หรือลุงสังข์ บอกว่า คืนนั้นเองนั่งกินเหล้าอยู่กับพวกภายในเพิงพัก ซึ่งคนตายก็เดินผ่านไปผ่านมาแล้วมีการพูดจาไม่เข้าหูว่าตนอยู่หลายรอบ จนตนทนไม่ไหวคิดเลยว่าอย่างไงวันนี้ต้องสั่งสอนให้เด็กรู้บ้าง ซึ่งก็มีการพูดจาโต้กลับไป จนกระทั่งก่อนฟิวส์ขาด คนตายเดินออกมาจากซอยแล้วตะโกนว่าตนอีกครั้ง ตนจึงไปคว้าปืนที่เก็บไว้ด้านใน เพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยก็ห้าม แต่ตอนนั้นอารมณ์โมโหจัด เอาไม่อยู่แล้ว พอตนออกไปนอกที่พัก คนตายก็เหมือนจะเดินเข้ามาหา ตนจึงยิงใส่ก่อน 1 นัด แล้วก็ตามไปอีก 1 นัด พอคนตายล้มคว่ำหน้ากับพื้น ตนก็คิดแค่ว่า ต้องเอาให้ตาย จึงยิงซ้ำที่ศรีษะอีก 1 นัด จากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนที่จอดอยู่กลับเข้าไปที่บ้านพักอีกหลัง แล้วเก็บของไปขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งงานนี้หากให้ตนจะบอกอะไรกับคนตายก็ขอบอกว่า “ขอให้อโหสิกรรมให้ด้วยแล้วกัน แต่ถ้ามึงไม่ดื้อ มึงไม่รั้น มึงก็ไม่ตาย”
            
ขณะที่ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า ผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิตรู้จักกันมาก่อนเคยมีปากเสียงกันมีประเด็นค้างคาใจกันมาก่อน แล้ววันที่เกิดเหตุต่างคนต่างก็ดื่มเหล้าแล้วมีการโต้แย้งกันไปมาทำให้ผู้ต้องหาทนไม่ไหวไปเอาอาวุธปืนยิงจนอีกคนถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ตายเคยทำงานเทศบาลตอนนี้มารับจ้างทำที่อู่ซ่อมรถ มีประเด็นเดียวคือดื่มเหล้าเข้าไปด้วยและมีประเด็นเคยโต้แย้งท้ายทายพูดจาแขวะกัน ซึ่งเป็นจังหวะเขาฟิวส์ขาดก็เลยเป็นเรื่อง

หน้าแรก » อาชญากรรม