วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:18 น.

อาชญากรรม

สืบภาค 1 นำกำลังชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพขายของออนไลน์ส่งพัสดุลวงประชาชน  ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.18 น.

ตามนโยบาย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1  พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส. ภาค 1 นำกำลังชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพขายของออนไลน์ที่ส่งพัสดุหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก   

เมื่อวันที่  5 กุมภาพันธ์ 2569    พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล  ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่แทน โฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร.  ให้สืบสวนจับกุม ร้านขายสินค้าและบริการ ที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วิชิต  บุญชินวุฒิกุล  รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้  บก.สส.ภ.1

ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการส่งพัสดุสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพัสดุที่ไม่ได้มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นจริง  แล้วเก็บเงินปลายทาง   ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง  พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1  ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ทำการตรวจสอบย้อนหลังไปยังศูนย์รวมส่งพัสดุต่างๆ ว่ามีสินค้าใดบ้างที่ถูกปฎิเสธการส่ง  ต่อมาได้รับการประสานจาก กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา  และ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้  ได้ส่งรายงานการสืบสวน ถึงที่มาขอพัสดุ มายัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ  บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมจนกระทั่งทราบว่า ที่คลังกระจายสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  พิกััด 13.59559750 ,100.68171870   มีพัสดุที่ถูกตีกลับส่งมาเก็บไว้ในคลังเก็บพัสดุดังกล่าวเป็นจำนวนมากน่าเชื่อว่าเป็นแหล่งส่งออก และแหล่งพักสินค้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน (ไม่ได้สั่งสินค้าแต่มีสินค้าเก็บเงินปลายทางมาส่งที่บ้าน)   จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอออกหมายค้นต่อศาล  และศาลได้ออกหมายค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 79 / 2569 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 


       
ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2519 เวลา 08.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจสอบโกดังเก็บพัสดุสินค้า  พบสินค้าพัสดุถูกตีกลับจำนวนประมาณ 50,000 ชิ้น  จึงได้ทำการสอบปากคำพนักงานประจำโกดัง โดยพนักงานให้การว่า พัสดุตีกลับดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอออเดอร์ครั้งใหม่จากระบบ และเมื่อมีออเดอร์ครั้งใหม่มาพนักงานจะทำการจ่าหน้าพัสดุใหม่ ตราประทับผู้รับคนใหม่เพื่อส่งพัสดุ เก็บปลายทางยังลูกค้าคนต่อไป  เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดสินค้าพัสดุทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว ว่า มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ ถือเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่  


       
นอกจากนี้จากการตรวจสอบในระบบที่มีการเตรียมจัดส่งไปยังลูกค้ารายใหม่  พบว่ามีการออร์เดอร์มาจากระบบ  แต่เมื่อเจ้าพนักงานโทรศัพท์ไปสอบถามยังผู้รับปลายทาง  ปรากฏว่าไม่ได้เกิดการสั่งสินค้าพัสดุเก็บเงินปลายทางชิ้นดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ทำการตรวจยึด อายัด พัสดุดังรายการต่อไปนี้   
        1. สินค้าที่ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทยที่มีความผิดตาม พรบ.ศุลกากรฯ  จำนวน  59  รายการ
        2. พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยแจ้งว่าผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า   จำนวน  100   รายการ
        3. พัสดุที่ถูกบันทึก เข้ามาในระบบและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า จำนวน  100  รายการ


        4. พัสดุที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า วันที่ 5 ก.พ.2569 หมายเลขพัสดุ TH 67028B3B1G2B1 ระบุชื่อผู้ส่ง AA0636 โทร 0839985742 ที่อยู่ 108/17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540  ระบุชื่อผู้รับที่อยู่ บางลาป่าดอง Thailand ป่าตอง กระทู้ 83150  จำนวน 1 รายการ และตรวจยึด/อายัดพัสดุ จำนวน  53,889 กล่อง ที่โกดัง คลังตีกลับสินค้า ที่  ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบถึง ดเจ้าของสินค้า และนายทุน เจ้าของบริษัท ผู้สั่งการ/ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนความผิดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม