วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:20 น.

อาชญากรรม

เพื่อน "หลิว เต๋อหัว" ร้องกองปราบฯ 2 ผัวเมียแก๊งสแกมเมอร์ อ้างบริษัทแลกเงินชื่อดัง หลอกลงทุนสูญ 200 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)  หรือ "จ่าแดง วันทา" ด.ต.พรพิสิฐ วงศ์วานิช อดีตตำรวจกองปราบปราม พานักธุรกิจชาวฮ่องกง Mr. Chan Wai อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนักแสดงชื่อดัง "หลิว เต๋อหัว" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายและแจ้งเบาะแส หลังเกือบตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพสองสามีภรรยาชาวไทย ชักชวนลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จนเกือบสูญเงินกว่า 200 ล้านบาท

 

จ่าแดง เปิดเผยว่า Mr. Chan Wai ได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับตนในการสร้างภาพยนตร์ร่วมกับ "จ่าพนม" (โทนี่ จา) ตนจึงได้แนะนำให้รู้จักกับ "นางสาวการ์ตูน" และสามี ในฐานะคนใต้เหมือนกันและเคยทำธุรกิจภาพยนตร์ร่วมกัน ทว่าต่อมา นางสาวการ์ตูนได้เข้ามาตีสนิทและชักชวน Mr. Chan Wai ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าสามารถประมูลธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชื่อดัง ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ และกำลังจะเปิดสาขาใหม่

 

Mr. Chan Wai กล่าวว่า ทั้งสองคนสร้างโปรไฟล์หรูหรา ขับรถแพง ใช้แบรนด์เนม นัดคุยงานในสถานที่ลักชัวรี และใช้โซเชียลมีเดียโชว์รูปภาพที่ถ่ายคู่กับบุคคลระดับไฮโซ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงนักการเมืองไทยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ตนหลงเชื่อจึงได้เตรียมเงินทุนไว้กว่า 200 ล้านบาท และตั้งใจจะชักชวนเพื่อนนักธุรกิจในฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่มาร่วมหุ้นด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่กำลังจะดำเนินธุรกรรม Mr. Chan Wai ได้รับคำเตือนจากเพื่อนนักธุรกิจชาวไทยว่า สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นแก๊งสแกมเมอร์ และเคยหลอกเพื่อนของตนเองจนสูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาทมาแล้ว เมื่อไปตรวจสอบเพิ่มเติมจึงพบความจริงว่า ทั้งคู่มีคดีความฉ้อโกงและหลอกลวงอยู่ในชั้นศาลไทยอีกหลายคดี ตนจึงสั่งระงับการโอนเงินทันที

 

ไหวตัวทันพฤติกรรมตัดตอน: เมื่อ Mr. Chan Wai กลับไปคาดคั้นความจริง ฝ่ายสามีกลับพยายามปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวการ์ตูนและไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งคู่เพิ่งควงกันไปฮันนีมูนที่ประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายสถานที่ ทำให้เชื่อว่าเป็นการร่วมมือกันหลอกลวงอย่างแน่นอน

 

จากการตรวจสอบประวัติเชิงลึกพบพฤติการณ์สุดแสบ โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 ได้ยื่นฟ้องนางสาวการ์ตูนต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในฐานความผิด "ฉ้อโกง" หลังหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยให้กู้ยืมเงินรวม 2 ครั้ง มูลค่าความเสียหายสูงถึง เกือบ 20 ล้านบาท โดยใช้เช็คเท็จเป็นหลักประกัน เหตุเกิดในพื้นที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

 

นอกจากนี้ ในคำฟ้องยังระบุอีกว่า นางสาวการ์ตูนเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญามีนบุรี ในความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ถูกสั่งจำคุก 16 เดือน และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ก่อนจะกลับมากระทำความผิดซ้ำในคดีฉ้อโกงนี้อีกภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ซึ่งทางพนักงานอัยการได้ยื่นขอให้ศาลเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามกฎหมายด้วย

 

Mr. Chan Wai กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกตกใจและกลัวมาก แต่ยังถือว่าโชคดีที่ไหวตัวทันก่อนจะโอนเงินก้อนใหญ่ จึงตัดสินใจเข้าพบตำรวจสอบสวนกลางในวันนี้ เพื่อหาแนวทางดำเนินคดีและป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มขึ้น พร้อมฝากเตือนไปยังนักลงทุนชาวต่างชาติว่า อย่าหลงเชื่อเพียงภาพลักษณ์ภายนอก รถหรู หรือการอ้างชื่อบุคคลสำคัญ หากถูกชักชวนลงทุนในลักษณะนี้ ควรตรวจสอบประวัติทางคดีและใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้แน่ชัดเสียก่อน

 

เบืัองต้นพนักงานสอบสวน บก.ป.แนะนำให้ผู้เสียหายกลับไปรวมรวมพยานหละกฐานมาเพิ่ม เพื่อดำเนินการตามกฏหมายกับสองผัวเมียแสบคู่นี้ต่อไป
 

หน้าแรก » อาชญากรรม