วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:55 น.

อาชญากรรม

CIB สกัดจับคนขับแท็กซี่ทำอาชีพเสริมรับจ้างขนแรงงานเถื่อน รวบ 3 ไทย 11 เขมร อ้างรายได้ไม่พอใช้

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.52 น.

เมื่อเวลา 13.25 น.  วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พ.ต.อ.นโรตม์ ยูวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมจาก สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 (ปราจีนบุรี – สระแก้ว)  นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ฯ และ ร.ต.ท.พานิช บุญอากาศ รอง สว.(ป.)ฯ พร้อมกำลังพล    บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.พาวิณฐ์ ธชัยอดิทรัพย์ รอง สว.ฯ ร่วมกันสกัดจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยขบวนการนำพาจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยนายธีรชาติ (อายุ 24 ปี) – ผู้ขับขี่รถนำสำรวจเส้นทาง  นายชัชวาลย์ (อายุ 50 ปี) ผู้ขับขี่รถขนแรงงาน  และ นายดนัย (อายุ 27 ปี) ผู้ขับขี่รถขนแรงงาน (พร้อมด้วยผู้ต้องหาชาวกัมพูชาอีกจำนวน 11 ราย)

 

ของกลางที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุรถยนต์โตโยต้า อินโนวา สีน้ำตาล (รถนำ)  รถยนต์อีซูซุ สีเทา (รถขน) รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว (รถขน)โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสื่อสารนัดแนะอีก 7 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 317 (กม. 61-72) ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

 

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจากชายแดนจังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้เส้นทางรองผ่านจังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรีเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลัก

 

ชุดสืบสวนจึงทำการแกะรอยเชิงลึกจนพบว่าขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยรถของนายธีรชาติจะขับนำหน้าเพื่อสำรวจด่านตรวจ หากพบเส้นทางปลอดภัยจะโทรศัพท์หรือส่งสัญญาณแจ้งให้รถขนแรงงานอีก 2 คันขับตามมา

 

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังซุ่มสังเกตการณ์บนถนนทางหลวงหมายเลข 317 จนพบรถเป้าหมายขับตามกันมาด้วยท่าทีต้องสงสัย จึงแสดงตัวเข้าสกัดจับกุมและนำรถทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังทอง จ.สระแก้ว จากการตรวจค้นภายในรถคันที่ 2 และ 3 พบชาวกัมพูชาซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารรวม 11 ราย (แยกเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองไม่มีเอกสาร 9 ราย และอยู่เกินกำหนด หรือ Overstay 2 ราย)

 

จากการสอบสวน นายชัชวาลย์ หนึ่งในผู้ต้องหาชาวไทย ให้การยอมรับสารภาพว่า อดีตตนเองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ แต่รายได้ไม่พอใช้ จึงผันตัวมาทำอาชีพเสริมรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวเถื่อน ทำมานานกว่า 6 เดือนแล้ว โดยรอบนี้ได้ชักชวนเพื่อนร่วมขบวนการอีก 2 คนมาร่วมทีม ซึ่งจะได้รับค่าจ้างรายหัวตกรอบละ 5,000 – 9,000 บาท ต่อการวิ่งรถหนึ่งเที่ยว โดยรับงานจากนายหน้าชาวกัมพูชา ให้ไปรับแรงงานตามพิกัดสวนผลไม้ตามแนวชายแดนจันทบุรีเพื่อส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ขบวนการนี้ทำรายได้ไปแล้วนับล้านบาท

 

ขณะที่กลุ่มแรงงานกัมพูชาให้การสอดคล้องว่า พวกตนได้ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ และต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่นายหน้ารายละ 4,000 – 6,500 บาท เพื่อแลกกับการพานั่งรถไปส่งหางานทำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

 

หลังเสร็จสิ้นการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาคนไทยทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวกัมพูชา 11 ราย ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay)” ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและประสาน ตม. เพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม