วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 17:46 น.

อาชญากรรม

จับแล้วคู่รักต่างชาติ! ทิ้งทารกแรกเกิดเสียชีวิตริมคลอง ตีมึนไม่ยอมรับ ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.49 น.

วันที่ 11 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีคนใจร้ายไปทิ้งทารกแรกเกิดใต้ต้นไม้ริมคลองในชุมชุมชนบ้านดอนอุดม ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จนมีชาวบ้านไปพบเมื่อช่วงเย็นวานนี้ โดยทาง ดต.เจริญ จันทน์รักษ์ ตร.จราจรและตร.กู้ชีพปั๊มหัวใจช่วยแต่สุดท้ายช่วยน้องไม่ได้ สร้างความสะเทือนใจไปทั้งเมือง ความคืบหน้าของคดีเจ้าหน้าที่ตร.ชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดธานีได้แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุดจนพบผู้ต้องสงสัยทราบว่าเป็นชาวต่างชาติอุ้มทารกแรกเกิดไปทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย และติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยชาวบ้านรายหนึ่ง บอกว่า เห็นชัดๆ คู่รักชาวต่างชาติเดินเข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยฝ่ายหญิงอุ้มวัตถุห่อผ้าไว้แนบอกอย่างระมัดระวัง ก่อนมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำ แต่พบว่าห้องน้ำล็อก จึงเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวพาเด็กมาเดินเล่น จึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งภายหลังทราบว่าสิ่งที่ห่อผ้าไว้คือทารกที่ถูกนำมาทิ้งจนเสียชีวิต ทำให้รู้สึกตกใจและสะเทือนใจอย่างมาก

 

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี ได้คุมตัว 2 ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมายังสภ.เมืองอุดรธานี หลังจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี ภายหลังศาลจังหวัดอุดรธานีอนุมัติหมายจับ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทราบชื่อคือ MS.BRAIYDEN LENNOX ชาวอเมริกา อายุ 39 ปี และ MR.KARIM JAOUADI อายุ 29 ปีชาวสวีเดน ทราบว่าทั้ง 2 คนอยู่เกินวีซ่า โดยคลอดลูกที่จ.หนองคายแล้วนำมาทิ้งที่จ.อุดรธานี  

 

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตร.ได้ทำบันทึกการจับกุม พร้อมดำเนินการสอบปากคำ โดยไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ หรือเข้าร่วมสังเกตการณ์ภายในห้องสอบสวน เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดีและกระบวนการสืบสวน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมแปลกประหลาด คือพูดถ้อยคำคล้ายการบริกรรมในภาษาที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ พร้อมแสดงท่าทางประกอบเป็นจังหวะตลอดช่วงหนึ่งของการสอบสวน เหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง สร้างความตกใจและงงไปตามๆ กันของเจ้าหน้าที่ฯ

 

ด้าน ร.ต.ต.ทรงฤทธิ์ ไชยศรีทา รอง สว.(สืบสวน) ตม.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดอนุญาต หรือสถานะอยู่เมืองนอกวีซ่า โดยวีซ่าหมดอายุตั้งแต่เดือนมี.ค.69 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเบื้องต้นว่าฝ่ายหญิงคลอดบุตรด้วยตนเองในพื้นที่จ.หนองคาย ก่อนเดินทางมายังจ.อุดรธานีเพื่อทิ้งทารก ส่วนมูลเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดเกิดจากอะไรกันแน่

 

โดยในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การในลักษณะบิดพลิ้ว ไม่ตรงประเด็น ไม่ยอมรับสารภาพ แม้เจ้าหน้าที่นำภาพกล้องวงจรปิดมาแสดง แต่ทั้งคู่ยังคงไม่ยอมรับข้อกล่าวหา และพยายามบ่ายเบี่ยงคำถาม รายงานระบุว่าเมื่อเห็นหลักฐาน ทั้งสองมีอาการนิ่งไปชั่วขณะราวกับจำนนต่อข้อเท็จจริง แต่ยังคงปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดซ้ำอีก คือพูดถ้อยคำคล้ายการบริกรรมหรือสวดมนต์ในภาษาที่ไม่สามารถระบุความหมายได้ พร้อมทำท่าทางประกอบเป็นจังหวะ สร้างความประหลาดใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก

 

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนทำงานร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท่องเที่ยว ได้แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้งสองพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวชายและหญิงชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งมีลักษณะตรงกับบุคคลในภาพกล้องวงจรปิด จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ณ ที่ใดที่หนึ่ง เพื่อให้เด็กพ้นจากการดูแล โดยสภาพการณ์ทำให้เด็กปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากทารกมีอายุเพียงประมาณ 1 สัปดาห์เศษ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ การนำไปทิ้งไว้ ณ จุดดังกล่าวย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถคาดหมายได้ และเด็กก็เสียชีวิตจริงในเวลาต่อมา
 

หน้าแรก » อาชญากรรม