วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 05:36 น.

อาชญากรรม

หนุ่มคลั่งยาเสพติดทุบบ้านเผาวอดทั้งหลัง พ่อแม่สุดทนหนีซุกอยู่อีกอำเภอ

วันพุธ ที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.19 น.

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 พ.ต.ต.จาตุรนต์ จารุสิริรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านแหลมเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นหลังใหญ่ พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านเรือนได้รับความเสียหายวอดทั้งหลัง สภาพเสียหายทั้งหมด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายกุ้ง (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ได้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตนเองก่อนเดินหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

จากการสอบสวน นายสมาน (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี น้าเขยของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า เมื่อประมาณ 7 วันก่อน นายกุ้งมีอาการคลั่งยาเสพติดและได้ก่อเหตุเผาเรือพลาสติกของตนที่ผูกไว้ริมคลองข้างบ้านเสียหายทั้งลำ ซึ่งตนได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางปลาม้า แล้ว กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ นายกุ้งเกิดอาการคลั่งอีกครั้ง ทุบบ้านและจุดไฟเผาบ้านตนเองก่อนหลบหนีไป ทำให้ "เจ้าโชค" สุนัขที่ตนเลี้ยงไว้ตกใจเสียงและเปลวไฟ วิ่งหนีเตลิดหายไป ยังไม่ทราบชะตากรรม

 

 

ด้าน นางไหม (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี น้าสาวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาได้ประมาณ 1 เดือนเศษ มีอาการคลั่งยาเสพติดเป็นประจำจนพ่อแม่ไม่สามารถอาศัยอยู่ด้วยได้ ต้องย้ายไปอาศัยกับลูกสาวในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี ช่วงเกิดเหตุตนรู้สึกหวาดกลัวว่าไฟจะลุกลามมาถึงบ้าน แต่โชคดีที่ไม่มีลมแรง ชาวบ้านต่างหวาดระแวงและต้องการให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย

ขณะที่ นางรำพึง (สงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี ชาวบ้านฝั่งตรงข้าม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุทุบทำลายสิ่งของภายในบ้าน ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ จึงรีบตะโกนเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ปกติผู้ก่อเหตุมักมีอาการคลั่งเมื่อขาดแคลนยาเสพติด แม้ปกติจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แต่เมื่อสติหลุดมักแสดงท่าทีคุกคาม

 

 

นอกจากนี้ เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกุ้งได้เดินมาซื้อไฟแช็กและยาเส้นที่ร้าน ขณะตนกำลังเตรียมใส่บาตร ก่อนจะเดินกลับไป จากนั้นไม่นานจึงสังเกตเห็นกลุ่มควันและเพลิงลุกไหม้ ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกภาพขณะผู้ก่อเหตุมาซื้อไฟแช็กไว้ได้เป็นหลักฐาน

ทางด้าน นายอาวุธพงษ์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ระหว่างเดินทางเข้าสนับสนุนจุดเกิดเหตุ รถตู้กู้ภัยได้ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกข้างทาง เนื่องจากถนนทางเข้าหมู่บ้านมีขนาดแคบมาก แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

หน้าแรก » อาชญากรรม