วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 15:35 น.

อาชญากรรม

ผัวเฒ่าวัย 62 หึงโหด ขวานจามหัวเมียสาววัย 48 ดับคาที่ ยอมรับระแวงเมียปันใจ

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. พ.ต.ท.จักรพงศ์ ผาเจริญ สารวัตรสอบสวน สภ.นาแก จ.นครพนม ได้นำตัวนายวันชัย หรือลุงโส อายุ 62 ปี จากห้องควบคุมเพื่อส่งฝากขังศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เหตุเกิดหน้าบ้าน ต.นาคู่ เมื่อเวลาประมาณตีสองเศษคืนวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

โดยเมื่อเวลาประมาณตีสามของวันที่ 23 ตุลาคม 69 พ.ต.ท.จักรพงศ์ ผาเจริญ สารวัตรสอบสวน สภ.นาแก ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง บริเวณหน้าบ้าน ต.นาคู่ จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลนาแก เดินทางไปร่วมชันสูตรพลิกศพ ทราบผู้ตายชื่อนางทิพปภา หรือแอน อายุ 48 ปี สภาพศพนอนหงายอยู่ตรงหน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว มีเลือดไหลนองพื้น โดยพบบาดแผลบริเวณศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากการถูกทำร้าย ไม่ใช่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำตามที่ได้รับแจ้งในเบื้องต้น พร้อมตรวจบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบหลักฐานสำคัญที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงขออายัดศพเพื่อส่งพิสูจน์อย่างละเอียด

 

รุ่งเช้าก็ได้รายงานเหตุให้ พ.ต.อ.คณพศ พนมชัย ผกก.สภ.นาแก ถึงลักษณะการเสียชีวิต ก่อนจะมอบหมายให้ พ.ต.ต.ภูวนัฐ วงค์ษาภา สารวัตรสืบสวน สภ.นาแก พร้อมชุดสืบลงพื้นที่ตรวจสอบรอบบ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง ก็ไปเจอขวานมีคราบเลือดแห้งกรังอยู่ในทุ่งนา ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ตรวจสอบรอยนิ้วมือที่ด้ามขวาน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือของลุงโสสามีของผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด ปรากฏว่าเป็นรอยเดียวกัน จึงใช้เป็นหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม

 

หลังหมายจับออกแล้ว พ.ต.ต.ภูวนัฐ วงค์ษาภา สารวัตรสืบสวน ทำทีเชิญลุงโสมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สภ.นาแก ก่อนจะแสดงหมายจับเพื่อควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา เบื้องต้นลุงโสปฏิเสธเสียงแข็ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหลักฐานแสดงให้ดู ลุงโสถึงหน้าถอดสีจึงยอมจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเมียจริง

 

ลุงโสเล่าว่าตนเป็นพ่อหม้ายเมียตาย ได้มาพบรักใหม่กับนางแอนที่ตกพุ่มม่ายเลิกกับสามี ก่อนจะตกลงปลงใจอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และได้เข้ามาอยู่บ้านของนางแอน ที่อยู่กับลูกชายคนเล็กวัย 13 ปี รวมถึงวันก่อเหตุเป็นเวลาประมาณสองปีแล้ว แต่ด้วยนางแอนมีหน้าตาสะสวย ยอมรับว่ามีความหึงหวง ไม่อยากให้เมียพูดคุยกับผู้ชายคนไหน จึงมักมีปากเสียงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประจำ

 

ลุงโสเล่าต่อว่าวันเกิดเหตุ ตนได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ก่อนจะกลับเข้าบ้านตอนเวลาประมาณเที่ยงคืน ก็ไม่เห็นเมียนอนอยู่ในห้อง โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย กระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง นางแอนก็กลับมาในสภาพเมาเหล้า สอบถามจึงรู้ว่าไปดื่มเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้าน ตนจึงคิดไปเองว่าต้องไปดื่มกับพวกผู้ชาย ทำให้มีปากเสียงทะเลาะกัน และเหลือบเห็นขวานที่วางอยู่ใกล้มือ ตนจึงบันดาลโทสะคว้าจามที่หัวนางแอนหนึ่งครั้ง จากนั้นก็วิ่งออกไปนอกบ้าน ตนวิ่งไล่ฟันจนนางแอนล้มลงขาดใจตาย พอได้สติก็นำขวานไปโยนทิ้งที่ทุ่งนา และอ้างว่าเมียเสียชีวิตจากการขับรถจักรยานยนต์ล้มเอง ไม่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะไปเจอขวานของกลางที่ตนโยนไว้ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่นำตัวลุงโสไปฝากขัง ผู้ต้องหาไม่ยอมพูดหรือกล่าวคำขอโทษต่อญาติผู้เสียชีวิตแม้แต่คำเดียว

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางแอน ทราบว่าศพได้ฌาปนกิจไปแล้วเมื่อตอนช่วงเช้าที่ป่าช้าบ้านน้ำบ่อหมู่ 6 ต.นาคู่  โดยมีนายประชิต เทพายัง อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เป็นผู้พาไปดูตรงจุดที่เกิดเหตุ ยอมรับลุงโสแม้เป็นคนจากหมู่บ้านอื่นมาอาศัยอยู่ แต่ก็ช่วยงานส่วนรวมได้เป็นอย่างดี มีข้อเสียตรงที่ชอบดื่มเหล้าและหึงหวง คงเพราะตนเองมีอายุ 62 ปีแล้ว แต่ได้เมียอายุอ่อนกว่าถึง 14 ปี จึงมีเรื่องทะเลาะกันประจำ

 

ด้าน นางสาวสุภาวดี อายุ 20 ปี ลูกสาวคนโตของนางแอน เล่าว่าแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน ตนเป็นคนโตอยู่กับแม่พร้อมกับน้องชายคนเล็ก ส่วนคนกลางพ่อเอาไปเลี้ยง ภายหลังตนมีครอบครัวไปอยู่บ้านสามีที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ทราบข่าวการเสียชีวิตตอนเช้าวันที่ 23 ตค. ตนก็ต้องรับหน้าที่แทนแม่ โดยปกติตอนมีชีวิตแม่จะดูแลญาติพี่น้องทุกคน สาเหตุคงเกิดจากพ่อเลี้ยงหึงหวง.

หน้าแรก » อาชญากรรม