วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 20:04 น.

อาชญากรรม

รวบอาซิ่งฟอร์จูนเนอร์พาหลานยิงหนุ่ม 18 หนี ค้นบ้านผงะเจอกระสุน

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.07 น.

ตร.ชุมพร รวบอาซิ่งฟอร์จูนเนอร์พาหลาน 20 ยิงหนุ่ม 18 เสียชีวิตหนี ค้นบ้านผงะเจอกระสุน 9 มม. โดนแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ส่วนมือปืนยังหลบหนี

ชุมพร – ตำรวจ สภ.ปะทิว ร่วมสืบสวน ภ.จว.ชุมพร ขยายผลคดีหึงโหดยิงหนุ่ม 18 ปี เสียชีวิตคาบ้านเช่า รวบอาวัย 36 ปี หลังพบขับฟอร์จูนเนอร์พาหลานชายหลบหนี ค้นบ้านเจอกระสุนปืน 9 มม. ถูกแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ทั้งช่วยเหลือผู้ต้องหาและมีกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่มือปืนยังไร้เงา เร่งกดดันล่าตัวดำเนินคดี

จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ นายนรภัทร (สงวนนามสกุล) หรือ ฟิล์ม อายุ 20 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายอธิวัฒน์ ภู่ทอง อายุ 18 ปี เสียชีวิตภายในบ้านเช่า ซอยบางปอ หมู่ 6 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร สาเหตุมาจากความหึงหวง ก่อนขับรถหลบหนีไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะทิว ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพาผู้ก่อเหตุหลบหนี โดยมุ่งเป้าไปที่ นายสิริวิชญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นอาของผู้ก่อเหตุ

จากการสืบสวนพบว่า หลังเกิดเหตุ นายสิริวิชญ์ได้ขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ พานายนรภัทร หลานชายหลบหนีการจับกุม พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร จึงเข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ร.ต.ท.วรุณ สมทรง ให้ดำเนินคดี

โดยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายสิริวิชญ์ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยช่วยด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม 2569 พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมพร พร้อมยึดรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุและรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ไว้เป็นของกลาง

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสิริวิชญ์ เพื่อค้นหาอาวุธปืนกระบอกที่นายนรภัทรใช้ก่อเหตุ ผลการตรวจค้นแม้ยึดอาวุธปืนที่ใช้สังหารยังไม่ได้ แต่พบเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงบันทึกตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

สรุปเบื้องต้น นายสิริวิชญ์ถูกแจ้งดำเนินคดีรวมสองข้อหาหนัก ได้แก่ ความผิดฐานช่วยเหลือผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังคงลงพื้นที่กดดันและแกะรอยตามเส้นทางหลบหนีของนายนรภัทรอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม