อาชญากรรม
หนีไม่รอด! รวบโจรควงปืนชิงทรัพย์ปั๊มน้ำมันเมืองอุดร หาเงินซื้อยาบ้า-เล่นพนันออนไลน์
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 5 พ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.กุมภวาปี ตามรวบ “แบงค์” หรือ นายอภิสิทธิ์ อายุ 26 ปี ชาวกำแพงเพชร ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนปลอมจี้ชิงเงินพนักงานปั๊มน้ำมันพีที สาขาสี่แจ ต.ผาสุก อ.กุมภวาปีกวาดเงินสด 8,715 บาท ก่อนแกะรอยกล้องวงจรปิดตามจับได้คาบ้านเพื่อน พร้อมของกลางทั้งปืนปลอม เสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ เจ้าตัวรับสารภาพก่อเหตุ 2 แห่ง ทั้งกุมภวาปีและ อ.เพ็ญ เผยเงินที่ได้เอาไปซื้อยาบ้าเสพและเล่นพนันออนไลน์ อ้างตกงาน ไม่มีเงิน อยากกลับบ้านไปหายายที่กำแพงเพชร ยอมรับเสพยาบ้า 2-3 เม็ดก่อนถูกจับ แถมทำงานเกี่ยวข้องกับบัญชีเว็บพนันออนไลน์ร่วมกับแฟน ผกก.เผยประวัติอื้อ เคยก่อเหตุแล้วรอดจึงย่ามใจ เร่งตรวจสอบหลักฐานโยงคดีชิงทรัพย์หน้าพืชสวนโลก หลังเจ้าตัวยืนกรานไม่เกี่ยวข้อง ล่าสุดช่วงบ่ายตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ปั๊มจุดเกิดเหตุ
หลังคนร้ายก่อเหตุ พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.กุมภวาปี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี สั่งการชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในปั๊มน้ำมันพีที สาขาสี่แจ เลขที่ 34 หมู่ 3 ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.40 น. วันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.กุมภวาปีได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่ชิงทรัพย์ภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว เมื่อไปตรวจสอบพบ น.ส.อังคณา อายุ 23 ปี พนักงานปั๊ม ให้การว่า มีชายไทยอายุประมาณ 20-35 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงขายาวสีเทา สะพายกระเป๋าสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาเติมน้ำมัน ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับให้ส่งมอบเงินสดจำนวน 8,715 บาท แล้วขี่รถหลบหนีมุ่งหน้าเข้าเมืองอุดรธานี
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในปั๊ม พบพฤติการณ์คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดบริเวณหัวจ่ายน้ำมัน ก่อนเดินเข้าไปใช้ห้องน้ำ จากนั้นย้อนกลับมาหาพนักงานสาว แล้วชักอาวุธปืนออกจากเอวข่มขู่เอาเงิน เมื่อได้เงินแล้วจึงเดินกลับไปขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนี
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.กุมภวาปีแกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบภาพชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถโลตัส สาขาพันดอน ก่อนเปลี่ยนเสื้อด้วยการสวมเสื้อแขนยาวสีเทาทับเสื้อสีดำ แล้วขี่รถไปยังร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาทางพาดพันดอน ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพใบหน้าไว้ได้อย่างชัดเจน เมื่อนำภาพไปตรวจสอบและพิสูจน์ตัวบุคคล พบว่าชายคนดังกล่าวมีชื่อเล่นว่า “แบงค์” ก่อนขยายผลจนทราบชื่อคือ นายอภิสิทธิ์ อายุ 26 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ซึ่งพักอาศัยอยู่กับเพื่อนที่บ้านในพื้นที่บ้านสามพาด ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
กระทั่งเวลา 11.00 น. วันที่ 5 พ.ย. สายลับแจ้งว่าพบตัวนายแบงค์อยู่ที่บ้านเพื่อนหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ และพบผู้ต้องสงสัยอยู่ภายในบ้าน หลังแสดงตัวเป็นตำรวจและสอบถามข้อมูล นายแบงค์ยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ ผลการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก เสื้อกีฬาแขนสั้นสีดำ 1 ตัว กางเกงขายาวสีเทา 3 ตัว กระเป๋าสะพายข้างสีดำ 1 ใบ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน ซึ่งมีลักษณะตรงกับยานพาหนะและเครื่องแต่งกายที่ใช้ก่อเหตุ
จากการสอบสวน นายแบงค์ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมข่มขู่ชิงเงินพนักงานปั๊มน้ำมันพีที สาขาสี่แจจริง โดยก่อนลงมือได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปตามถนนมิตรภาพ แวะจอดที่ลานจอดรถโลตัส สาขาพันดอน เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนแวะร้านสะดวกซื้อ แล้วขี่รถไปยังปั๊มน้ำมัน ทำทีเติมน้ำมันเต็มถังและเดินเข้าห้องน้ำเพื่อรอจังหวะ เมื่อเห็นโอกาสจึงเดินกลับมาใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานสาวให้ส่งเงินสด ก่อนขี่รถหลบหนีกลับที่พัก ส่วนเงินจำนวน 8,715 บาท นำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว
นอกจากนี้ นายแบงค์ยังยอมรับว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ปั๊มน้ำมันพีที สาขา อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้เงินไปจำนวน 600 บาท ก่อนนำไปใช้จ่ายจนหมดเช่นกัน โดยเงินที่ได้จากการก่อเหตุทั้งสองครั้ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปซื้อยาบ้ามาเสพและเล่นพนันออนไลน์
นายแบงค์ยังให้การถึงแรงจูงใจว่า ต้องการเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายและเดินทางกลับไปหายายที่ จ.กำแพงเพชร เนื่องจากไม่มีเงินและไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง โดยเดินทางมาอาศัยอยู่กับแฟนสาวใน จ.อุดรธานี นานกว่าปี แต่ไม่ได้ประกอบอาชีพสุจริต พร้อมยอมรับว่าตนเองและแฟนสาวทำงานเกี่ยวข้องกับบัญชีให้เว็บไซต์พนันออนไลน์แห่งหนึ่ง
ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเพียงปืนปลอมหรือปืนบีบีกัน ซึ่งซื้อมานานแล้วและเก็บไว้เล่น ไม่ใช่อาวุธปืนจริง อีกทั้งยังยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเมื่อคืนก่อนถูกจับกุม จำนวน 2-3 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผลตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.กุมภวาปี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุชิงทรัพย์ปั๊มน้ำมันอย่างน้อย 2 แห่ง ทั้งในพื้นที่ สภ.กุมภวาปี และ อ.เพ็ญ ส่วนเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันจุดหนองแดน ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีนั้น ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นดังกล่าวทิ้ง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ผกก.สภ.กุมภวาปี กล่าวอีกว่า สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีเงิน ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางไป ประกอบกับมีคดีติดตัวอยู่แล้วหลายคดี จึงเกิดความรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสีย ถึงขั้นพูดว่า “สู้ตาย” อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันแล้วสามารถหลบหนีไปได้ ทำให้เกิดความย่ามใจ ผู้ต้องหายังอ้างว่าเลือกปั๊มน้ำมันเป็นเป้าหมาย เพราะเชื่อว่ามีเงินสดอยู่ตลอดเวลา และช่วงกลางดึกมีคนพลุกพล่านน้อย ทำให้สะดวกต่อการลงมือและหลบหนี
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายแบงค์ไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เดินทางมาอาศัยอยู่ใน จ.อุดรธานี เนื่องจากมีแฟนสาวอยู่ที่นี่ โดยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์และคดีบัญชีม้า ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลเป็นประจำ
ผกก.สภ.กุมภวาปี ยังฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า ไม่ควรพกพาออกนอกบ้านเกินความจำเป็น พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ไม่ควรจัดให้พนักงานหญิงปฏิบัติหน้าที่เพียงลำพัง ควรมีพนักงานชายเข้าปฏิบัติงานร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันเหตุอาชญากรรม
ภายหลังการจับกุม ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (5 พ.ย. 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุมภวาปี ได้ควบคุมตัวนายอภิสิทธิ์ หรือ “แบงค์” ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังปั๊มน้ำมันพีที สาขาสี่แจ จุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบคำให้การและตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในปั๊ม ทำทีเติมน้ำมัน ก่อนเดินเข้าห้องน้ำและย้อนกลับมาใช้อาวุธปืนปลอมข่มขู่พนักงานสาวเพื่อชิงเงินสด จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลตรวจสอบคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบประเด็นยาเสพติดและเครือข่ายบัญชีพนันออนไลน์ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » อาชญากรรม
Top 5 ข่าวอาชญากรรม ![]()
- ขรก.กรมการข้าว ร้อง ปปป. โดนอดีตอธิบดีบีบแก้เอกสารเอื้อเอกชน ทำตกเป็นจำเลยถูกตั้งกรรมการสอบ 4 พ.ย. 2569
- ตำรวจสืบภาค 7 บุกรวบ นายก อบต.หนองจอก คดีจ้างวานยิงอดีตกำนันเพชรบุรี 4 พ.ย. 2569
- ปกครองเดชอุดม ล่อชื้อ "ปรางค์ คำนาแซง" ของกลางยาบ้า 95 เม็ด 4 พ.ย. 2569
- รวบหนุ่ม 18 คว้าลูกซองยิงเพื่อนบ้านดับคาสวนยาง ปมขัดแย้งลักลอบกรีดยาง 4 พ.ย. 2569
- ตชด.ใช้ไฮเทคแกะรอย บุกทลายจุดพักยานครพนม ยึดไอซ์ 98 กก.ในตู้เซฟ 8 ตู้ 4 พ.ย. 2569
ข่าวในหมวดอาชญากรรม ![]()
ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันขายแก๊สหัวเราะให้กับนักศึกษาในย่านรังสิต 21:19 น.- ปกครองเมืองอำนาจเจริญ ระงับเหตุโจ๋เมายานรกอาละวาดประสาทหลอนชาวบ้านเดือดร้อน 11:37 น.
- CIB ทลายเครือข่ายยาเสพติด "ไอ้จริง" สั่งขว้างระเบิด 11 ครั้ง ยึดทรัพย์ 21 ล้าน 10:13 น.
- ฆ่ารัดคอสาวกัมพูชาหมกห้องพักปทุมธานี ตร.เร่งล่าแฟนหนุ่มเค้นสอบ 06:50 น.
- สลด! ลูกชายคลั่งขอเงินแม่ซื้อรถยนต์ไม่ได้ คว้ามีดฟันคอแม่ดับสยอง 19:38 น.


