วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 02:00 น.

เศรษฐกิจ

คมนาคมมอบรถไฟศึกษาเปลี่ยนหัวจักรเป็นไฟฟ้า

วันอังคาร ที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 17.01 น.

คมนาคมมอบรถไฟศึกษาเปลี่ยนหัวจักรเป็นไฟฟ้า

 
 
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมหารือแผนเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้า โดยมี ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  กรมการขนส่งทางราง  และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)  เข้าร่วมการหารือ เพื่อขับเคลื่อนการเดินรถไฟทางไกลจากรถจักรดีเซลเป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งได้มอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดทำ Roadmap พร้อมผลการศึกษาที่ชัดเจนในการเปลี่ยนระบบจากรถจักรดีเซลเป็นระบบไฟฟ้า เช่น ความเหมาะสม ความคุ้มทุน การลดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับเทคโนโลยีของรถไฟที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นต้น
 
 
“สำหรับรายละเอียดผลการศึกษาโครงการดังกล่าวการรถไฟแห่งประเทศไทย มีผลการศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนการใช้แบบรถไฟฟ้านั้นนอกจากผู้โดยสารจะได้ประโยชน์ สิ่งแวดล้อมก็จะได้ดีด้วย นอกจากนี้ สนข.มีแผนแม่บทที่ได้ดำเนินการศึกษาการใช้ประโยชน์ ในปี 2560-2564 จะต้องมีโรดแมปในการเปลี่ยนระบบรถดีเซลให้เป็นระบบรถไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้การรถไฟอยู่ระหว่างจัดทำทีโออาร์ เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษา ทั้งนี้ ในทีโออาร์ต้องระบุเรื่องของเทคโนโลยีรถไฟฟ้าด้วย โดยจะต้องเป็นระบบที่สามารถรองรับได้ในอนาคตด้วย 5-10 ปีข้างเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ สำหรับการจ้างที่ปรึกษานั้น คาดว่าจะได้ที่ปรึกษาอีก 2 เดือน และภายในเดือนมีนาคม 2563 จะศึกษาเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นจะต้องทำโครงการเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ในที่ประชุมเสนอให้กำหนดเปลี่ยนหัวลากรถจักรโดยกำหนดไว้เบื้องต้น 2 จุด ประกอบด้วย  สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี และสถานีรถไฟนครปฐม อย่างไรก็ตาม  ต้องศึกษารายละเอียดด้านกายภาพและรายละเอียดก่อนว่าจุดใดมีการให้บริการของขบวนรถไฟจำนวนมาก”นายชัยวัฒน์ กล่าว
 
 
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังได้เป็นประธานการประชุมพิจารณาข้อเสนอการเพิ่มพันธกิจให้กับบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เพื่อให้เป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ประกอบด้วย 1. รฟท. ได้จัดทำแผนบริหารความเสียง ซึ่งหาก รฟฟท. ไม่สามารถดำเนินการตามแผนหรือตัวชี้วัด ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ภายใน 5 ปี รฟท. จะพิจารณาให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน /2. จัดทำแผนถ่ายโอนพนักงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ / 3.จัดทำแผนการดำเนินการเพื่อจัดหารายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น /4.ปรับการประมาณการค่าใช้จ่ายในช่วง 5 ปีแรกให้น้อยลง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานจริง / 5.ปรับลดวงเงินในการจัดหาอะไหล่เริ่มต้น /6.ปรับความรับผิดชอบในการรับภาระดอกเบี้ยเงินทุนเริ่มต้นให้สอดคล้องกับรูปแบบการลงทุน จากการวางแผนทางการเงิน
 
 
สำหรับการอนุมัติกรอบวงเงินการบริการจัดการเดินรถจะอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท โดยเป็นการบริหารจัดการระยะเวลา 5 ปี ซึ่งในปีแรกจะอนุมัติให้วงเงิน 989 ล้านบาท เป็นการลงทุนค่าอะไหล่ และการชดเชยการขาดทุน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเรื่องของอัตรากำลังจำนวน 806 คน อย่างไรก็ตาม หากจำนวนบุคลากรไม่เพียงก็สามารถดำเนินการในลักษณะอัตราจ้างชั่วคราวแทน