วันพุธ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2567 23:48 น.

เศรษฐกิจ

บางกอกแอร์เวย์แจงผลประกอบการลด เหตุพิษ แข็งค่าเงินบาท

วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.59 น.

บางกอกแอร์เวย์แจงผลประกอบการลด เหตุพิษ แข็งค่าเงินบาท 

       

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,077.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลงโดยหลักมาจากธุรกิจสายการบิน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างชะลอตัว การแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจสายการบิน และการแข็งค่าของเงินบาท สำหรับไตรมาสนี้จำนวนผู้โดยสารเติบโตร้อยละ 2.3 ในขณะที่ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยลดลงร้อยละ 4.3 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารต่อหน่วย (Passenger Yield) อยู่ที่ 4.04 บาท ซึ่งลดลงจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 ร้อยละ 2.5 สำหรับในงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,865.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การลดลงของรายได้เป็นผลมาจากธุรกิจสายการบินและธุรกิจสนามบินซึ่งลดลงร้อยละ 4.0 และ 9.4 ตามลำดับ สำหรับรายได้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบินและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และรายได้ที่ไม่ได้แบ่งตามสายธุรกิจ เติบโตขึ้นร้อยละ 5.8 และ 12.2 ตามลำดับ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม ของบริษัทฯ ในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเฉลี่ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น และการรับรู้ต้นทุนผลประโยชน์พนักงานเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ซึ่งทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 187.2 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของ

บริษัทฯ เท่ากับ 189.6 ล้านบาท
           

นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า ส่วนในไตรมาส 2 ของปี 2562 บริษัทฯ ได้เปิดเส้นทางบินตรงใหม่ เชื่อมระหว่างเชียงใหม่-หลวงพระบาง โดยให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เพิ่มจานวนเที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม อาทิ เชียงใหม่-กระบี่ (เที่ยวเดียว) เพิ่มเป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ กระบี่-กรุงเทพฯ (เที่ยวเดียว) เพิ่มเป็น 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีการปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทางเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร ได้แก่ กรุงเทพฯ–ภูเก็ต (เที่ยวเดียว) จาก 56 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 49 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเส้นทางเชียงใหม่–กรุงเทพฯ (เที่ยวเดียว) จาก 39 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562  บริษัทฯ มีจำนวนผู้โดยสาร 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ทั้งนี้ผู้โดยสารส่วนใหญ่มาจากจุดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sale) ในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมประเทศไทย) ร้อยละ 26.0 ในประเทศไทยร้อยละ 22.0 และในภูมิภาคยุโรปร้อยละ 17.0 ของผู้โดยสารทั้งหมด
           

สำหรับแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ยังคงดำเนินการเพื่อแสวงหาธุรกิจในรูปแบบใหม่ เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ และทำกำไรให้กับบริษัทฯ การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งในด้านช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ อาทิ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (Shopee) รวมถึงแผนกระตุ้นยอดขายในเส้นทางบินต่างๆ เพื่อให้เกิดการเดินทางมากขึ้น