วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 19:10 น.

เศรษฐกิจ

“คมนาคม”มั่นใจแผนฟื้นฟูขสมก.ชงครม.เร็วๆนี้

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.43 น.
“คมนาคม”มั่นใจแผนฟื้นฟูขสมก.ชงครม.เร็วๆนี้
 
นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)  การปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้งนี้  ถือเป็นการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อเข้ามาร่วมฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. เพื่อให้ทิศทางการกำหนดบทบาท ขสมก.ที่เป็นหน่วยงานบริหารการเดินรถเมล์โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้บริการ พนักงาน ขสมก. และองค์กรเอง ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่คณะทำงานได้ปรับปรุงแผนฟื้นฟู ขสมก.ถือว่าพอใจในส่วนนี้โดยจะมีการปรับปรุงเส้นทางที่จะลดจำนวนลงเพื่อแก้ไขการซ้ำซ้อนเส้นทาง และมีการผลักดันการใช้รถที่มีพลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดทำแผนการให้บริการเชื่อมโยงภาคขนส่งสาธารณะ
 
 
 
“การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งหลายเรื่องจะต้องรับไปพิจารณาโดยทางคณะทำงานก็ได้ทำการบ้านไว้แล้ว และหลายเรื่องเป็นเรื่องที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่นกลุ่มผู้ใช้บริการที่พิการ ซึ่งการ Workshop ในครั้งนี้ จะนำข้อมูลต่างๆมาปรับแก้เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนจะนำต่อกระทรวงคมนาคม และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป หากผ่านการเห็นจากครม. แล้วก็จะรีบเดินหน้าจัดทำตามแผนทันที  นอกจากนี้ ขสมก.  จะต้องดำเนินการเรื่องแผนแม่บท (Action Plan)  อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)  ขสมก.ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และจากนั้นภายใน1เดือนจะสามารถเสนอต่อที่ประชุมครม.ได้” นายศักดิ์สยาม กล่าว
 
ขณะดียวกัน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)  กล่าวว่า การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการฯ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ ของกระทรวงคมนาคมที่มีเป้าหมายสำคัญในการลดอุปสรรคในการดำเนินกิจการของ ขสมก. 5 ด้าน ประกอบด้วย  1.การลดการทับซ้อนของเส้นทางเดินรถ ขสมก.ที่มีในปัจจุบัน 2. ลดปัญหาจราจร 3.ลดค่าใช้จ่ายเดินทางแก่ประชาชน 4.ลดภาระงบประมาณของภาครัฐจากการต้องเข้าไปชดเชยผลขาดทุนสะสมของ ขสมก. และ 5.ลดปัญหามลพิษ จากการใช้น้ำมันดีเซล ที่ปัจจุบันยังเป็นเชื้อเพลิงหลักเดินรถของ ขสมก.
 
ด้าน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล  ผู้อำนวยการ ขสมก. ได้บรรยายถึงประเด็นหลักของแผนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมีการดำเนินการหลัก คือ การจัดหารถเมล์ใหม่เข้ามาวิ่งให้บริการซึ่งขณะนี้ ตกผลึกในแนวทางการจัดเช่ารถจำนวน 2,511คัน  ที่จะช่วยให้เขาไม่มีภาระจากการซ่อมบำรุงรถในอนาคต รวมถึงแผนการปรับปรุงเส้นทาง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ลดการทับซ้อนนำประชาชนผู้เดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งหลักระบบรางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการจัดเก็บอัตราค่าโดยสาร แบบเหมาจ่าย 30 บาทต่อวัน กี่เที่ยวก็ได้ โดยใช้เป็นรถปรับอากาศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มค่า
 
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการฯ ที่ปรับปรุงใหม่ มีกรอบการดำเนินงาน จำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. การเช่ารถโดยสารปรับอากาศ ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาวิ่งให้บริการประชาชน ทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม ในเส้นทางที่ ขสมก. ได้รับอนุมัติจาก ขบ. โดยจ่ายค่าเช่าตามระยะทางที่วิ่งให้บริการจริง(บาท/กิโลเมตร) เพื่อลดต้นทุนในการจัดหาและซ่อมบำรุงรถโดยสาร  อีกทั้ง เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการปรับแผนการเดินรถ เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมทั้ง จัดเก็บค่าโดยสารในรูปแบบตั๋วรายวัน(ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) ในราคา 30 บาทต่อวัน ตั๋วรายเดือน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) และตั๋วรายเที่ยว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน /2. การปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ไม่ให้มีความทับซ้อน และจัดเดินรถในลักษณะ Feeder (ป้อนผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบราง) Liner และ Circle (วิ่งเป็นวงกลม) ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักได้อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถหมุนเวียนรถมาให้บริการได้มากขึ้น ผู้ใช้บริการใช้เวลารอรถ ไม่เกิน 5 - 10 นาที /3. การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการบริหารจัดการเดินรถ ได้แก่ ระบบ GPS และ บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หรือ E - ticket  /4. การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดที่เหมาะสม/5. การให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ด้วยความสมัครใจ โดยมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม ส่วนพนักงานขับรถโดยสารยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ /6. การบริหารจัดการพื้นที่อู่บางเขน และอู่มีนบุรี ให้เป็นพื้นที่เชิงธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ และ7. การให้ภาครัฐรับภาระหนี้สินที่เกิดจากการดำเนินการตามนโยบาย
 
ทั้งนี้ ด้วยแนวทางดังกล่าวรวมทั้งข้อเสนอจากที่ประชุม จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้มแข็งให้ ขสมก. อย่างยั่งยืน ไม่เป็นภาระของรัฐบาล หยุดหนี้เก่า ไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่ม และที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนพร้อมไปกับการได้รับการให้บริการที่ดีขึ้นต่อไป