เศรษฐกิจ
ทล.สั่งห้ามรถบรรทุกมากกว่า6ล้อ ขึ้นสะพานต่างระดับทับช้างใหม่
วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563, 19.23 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ทล.สั่งห้ามรถบรรทุกมากกว่า6ล้อ ขึ้นสะพานต่างระดับทับช้างใหม่
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่คว่ำตกสะพานถนนมอเตอร์เวย์ ว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 06.14 น. ได้มีรถบรรทุกหัวลาก หมายเลขทะเบียน 78-2033 กทม. และกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 78-0636 กทม. บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ขนส่งสินค้าข้าวบาร์เลย์ เดินทางจากคลังสินค้าร่มเกล้า (ICD) มุ่งหน้าไปต่างระดับบางปะอิน จุดหมาย อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อมาถึงสะพานต่างระดับทับช้างใหม่ ผู้ขับขี่ได้ฝ่าฝืนป้ายบังคับขับรถขึ้นสะพานดังกล่าว โดยใช้ความเร็วเกินกำหนดเข้าทางโค้งรถเกิดเสียการทรงตัวทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกลงจากสะพาน ลงมาบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอน ถนนศรีนครินทร์ - บางปะกง ที่บริเวณ กม.6+900 ด้านซ้ายทาง (มุ่งหน้าพัทยา) กีดขวางการจราจร 3 ช่องทางขวา และมีข้าวบาร์เลย์ที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ ตกกระจาย กีดขวาง 2 ช่องทางขวา ทิศทางมุ่งหน้ากรุงเทพฯ ทั้งนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นขับขี่โดยประมาท ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนาย วิจักร ดอกคำ อายุ 40 ปี กู้ชีพนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ ตรวจสอบ มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายเป็น บาริเออร์ และ ป้ายจราจร ดำเนินการเคลื่อนย้ายและเปิดการจราจรเป็นปกติ เวลา 10.23 น. นั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ได้สั่งการให้กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ลงพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวนของกองกำกับการ 8 ตำรวจทางหลวง เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของอุบัติที่เกิดขึ้น ซึ่งจากที่ได้รับรายงานสรุปจากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลหลักฐานในเบื้องต้นพบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยจากผู้ขับขี่เป็นหลัก โดยผู้ขับขี่รถบรรทุกคันดังกล่าวขับรถมาด้วยความเร็วสูง จากการตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนมอเตอร์เวย์ ของศูนย์ควบคุมการจราจรกลาง (CCB ลาดกระบัง) พบรถบรรทุกคันดังกล่าวเดินทางออกจากสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า (ICD ลาดกระบัง) ด้วยความเร็วโดยประมาณ 98 กม./ชั่วโมง ก่อนขึ้นสะพานจุดเกิดเหตุ และตามข้อมูล GPS จากกรมการขนส่งทางบก พบว่าความเร็วก่อนเกิดเหตุอยู่ที่ 71 กม. ต่อ ชม. ซึ่งบริเวณดังกล่าวติดตั้งป้ายและเครื่องหมายบังคับความเร็วอยู่ที่ 60 กม. ต่อ ชม. นอกเหนือจากนั้น สะพานต่างระดับดังกล่าว อนุญาตให้ใช้เฉพาะรถเล็กเท่านั้น วิเคราะห์แล้วเกิดจากการใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสมกับกายภาพทางหลวง จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในลักษณะดังกล่าวขึ้น
มูลเหตุข้อสันนิษฐานดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากพนักงานสอบสวนของกองกำกับการ 8 ตำรวจทางหลวงที่ได้สอบถามข้อมูลจากหัวหน้างานของผู้ขับขี่รถที่เกิดอุบัติเหตุทราบว่าผู้ขับขี่จะขับรถนำสินค้าจาก สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า (ICD ลาดกระบัง) เพื่อไปส่งยัง อ.บางเลน แต่ได้ออกจากต้นทางล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ต้องเร่งรีบในการเดินทางเพื่อให้ทันกับรถคันอื่นของบริษัทที่เดินทางไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของศูนย์ควบคุมการจราจรกลาง (CCB ลาดกระบัง) พบว่ารถคันดังกล่าวเสียการทรงตัวขณะเข้าทางโค้งเนื่องจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ น้ำหนักบรรทุกในตู้คอนเทนเนอร์จึงดึงตัวรถตกลงจากสะพาน และจากการลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่ามีรอยเบรคของรถบรรทุกคันดังกล่าว ก่อนพุ่งชนแบริเออร์ราวสะพาน ซึ่งได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยกรมทางหลวงได้ทำการตรวจสอบความสูงของแบริเออร์ราวสะพาน พบว่ามีความสูงและความแข็งแรงตามมาตรฐานของกรมทางหลวง
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและขอเรียนว่าสะพานต่างระดับทับช้างใหม่แห่งนี้ได้ก่อสร้างขึ้นและเปิดใชังานเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ที่จะวิ่งไปยังทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ทิศทางมุ่งหน้าบางปะอิน โดยไม่อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นใช้สะพาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่รถบรรทุกอาจใช้ความเร็วสูง (โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถใช้สะพานเดิมได้) กรมทางหลวงมีการติดตั้งป้ายเตือนบริเวณก่อนขึ้นสะพาน พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อความผ่านป้าย VMS รวมทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด สำหรับรถที่ฝ่าฝืนมีการจับ-ปรับ ออกใบสั่งโดยตำรวจ ซึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุนี้ กรมทางหลวงจะเพิ่มมาตรการโดยการติดตั้งคานจำกัดความสูงของรถที่ระยะความสูง 3.20 เมตร
นอกจากนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ 4 ล้อที่จะใช้สะพานต่างระดับทับช้างใหม่แห่งนี้ ขอใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดคือ 60 กม./ชม.และขอให้ผู้ใช้เส้นทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือนและป้ายแนะนำกรมทางหลวง พร้อมทั้งใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด ตลอดจนตรวจสภาพรถให้มีความพร้อมในการใช้งานและไม่ขับรถขณะร่างกายไม่พร้อมหรือมีอาการง่วงนอน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








