วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564 04:48 น.

เศรษฐกิจ

สศช.ไฟเขียวแผนฟื้นฟูขสมก.

วันพุธ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.34 น.
สศช.ไฟเขียวแผนฟื้นฟูขสมก.  
 
 

นายดนุชา พิชยนันท์  เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  เปิดเผยถึงแผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าขณะนี้ขสมก.ได้นำเสนอแผนต่อสศช.แล้ว และสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สคม.) ได้พิจารณาแล้ว แต่ยังติดปัญหาจึงได้) ตีกลับแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ให้หารือในรายละเอียดกับสศช. อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมต้องเสนอมาให้สศช. พิจารณาคือแผนการลงทุนในการจัดหารถโดยสารประจำทางใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในแผนฟื้นฟูฯ ถือเป็นกระบวนการปกติของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหากต้องจัดซื้อจัดจ้างต้องส่งมาให้สศช.พิจารณาด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับแผนฟื้นฟูฯ 

 

 

“ยืนยันว่าสศช.ไม่ได้มีประเด็นอะไรเกี่ยวกับแผนฟื้นฟู ขสมก. ซึ่งก่อนหน้านี้สศช.ได้ส่งความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูฯ ไปยัง ครม. นานมากแล้ว โดยไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด เวลานี้หากแผนพื้นฟูฯจะเข้าครม. ก็เข้าไปได้เลย ไม่ต้องส่งมาที่ สศช. เรื่องที่ต้องส่งมาคือแผนที่ ขสมก. จะลงทุนซื้อรถเมล์ใหม่ อย่างไรก็ตามสศช.พร้อมที่จะชี้แจง และเตรียมนัดหารือกับทางกระทรวงคมนาคมในเร็วๆ นี้ หากเรื่องนี้จะมีประเด็นน่าจะอยู่ที่เรื่องภาระหนี้ของ ขสมก. มากกว่า โดยเป็นเรื่องของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ไม่ได้เกี่ยวกับสศช.แต่อย่างใด” นายดนุชา กล่าว 

 

ด้าน นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ในหลักการแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวถือว่าเป็นแผนที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการจ้างเอกชนวิ่งรถโดยสารตามระยะทางที่ให้บริการ โดยจ่ายค่าจ้างเป็นกิโลเมตร (กม.) เป็นแนวคิดที่ดีมาก เพราะ ขสมก. จะได้ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าซ่อมบำรุง และค่าเสื่อมสภาพของรถโดยสารจำนวนมากเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งแนวคิดนี้คิดกันมาหลายยุคหลายสมัย แต่ยังไม่สามารถนำมาดำเนินการเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนได้  อย่างไรก็ตามเวลานี้ที่มีข่าวว่าแผนฟื้นฟูฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสศช.นั้น ส่วนตัวมองว่าสศช.น่าจะเห็นด้วยในหลักการ เพียงแต่รายละเอียดการปฏิบัติเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในแผนฟื้นฟูฯ ทางสศช. 

อาจยังไม่มั่นใจ จึงเป็นเรื่องที่ ขสมก. ต้องชี้แจงให้ได้ เชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องยาก 

 

 

นายสุเมธ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนฟื้นฟูฯ ฉบับนี้ มีข้อเสนอแนะ 2 เรื่องคือ 1.การจัดเก็บค่าโดยสาร 30 บาทต่อคนต่อวัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางขึ้นรถโดยสารหลายต่อ จะช่วยประหยัดได้มาก แต่เชื่อว่าผู้โดยสารทุกคนคงไม่ได้หันมาซื้อตั๋วแบบ 30 บาทตลอดวันทั้งหมด ดังนั้น ขสมก. จึงต้องพิจารณาให้ดีว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ในทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งส่วนตัวมองว่าควรต้องศึกษา และสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการของผู้โดยสารอย่างละเอียด รวมทั้งควรทดลองการจำหน่ายตั๋ว 30 บาทตลอดวันด้วย และ 2.รูปแบบการจัดเก็บรายได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการนำตั๋วอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ดังนั้นในทางปฏิบัติต้องพิจารณาให้ดีว่าจะควบคุมเรื่องการเงินอย่างไร ไม่ให้เกิดปัญหารายได้รั่วไหล 

 

“มีหลายคนอาจกังวล และมองว่าการจ้างเอกชนวิ่ง และจ่ายเงินค่าจ้างตามระยะทาง จะเป็นการฮั้วให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของกระบวนการในอนาคต ที่ต้องมีระบบการตรวจสอบที่ดี และเข้มข้น เพราะหากเรามาเริ่มตั้งแง่กันตั้งแต่วันนี้ คงไม่ต้องเริ่มทำอะไรกันทั้งนั้น เชื่อว่าหากผู้มีอำนาจในการอนุมัติ มีความเข้าใจในหลักการของแผนฟื้นฟูทั้งหมด เรื่องความคิดที่ว่าจะมีการฮั้วประมูลกันหรือไม่ ไม่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้ไม่อนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. หรือไม่อนุมัติให้ดำเนินการจ้างเอกชนวิ่งรถโดยสาร” นายสุเมธ กล่าว