วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569 04:07 น.

เศรษฐกิจ

เปิดบ้านนวัตกรรม สไตล์ “การเคหะแห่งชาติ” ปั้นโครงการต้นแบบ “ชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.27 น.

“ชุมชนที่อยู่อาศัย” ที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ผนึกกำลังร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและส่วนรวม โดยมีระบบ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทันสมัยเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา เปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชน สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนในอุดมคติ อีกต่อไป เมื่อ “การเคหะแห่งชาติ” ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการต้นแบบที่เรียกสั้น ๆ ว่า “SSC” หรือ “โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Smart and Sustainable Community for Better Well-being : SSC)” ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 และปัจจุบันกำลังก่อร่างสร้างขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจะ Open House ได้อีกไม่นานเกินรอ

 

 

สำหรับโครงการ SSC นี้ การเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) เป็นโครงการนำร่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ (Sandbox) มาใช้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (Sustainable Community)
 
 
นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการ SSC เป็นความร่วมมือระหว่างการเคหะแห่งชาติกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ “SSC” ครอบคลุมใน 4 มิติ
 
มิติที่ 1 การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
ให้โอกาสในการตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของตนเอง และการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะ
 
มิติที่ 2 ความมั่นคงของระบบนิเวศ มุ่งดำเนินการใน 5 ด้าน คือ คุณภาพอากาศ น้ำและพลังงาน
การบริหารจัดการขยะ การจัดการน้ำเสีย และการจัดการพื้นที่สีเขียว พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน
 
มิติที่ 3 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ให้ความรู้เพื่อสร้างอาชีพให้กับชุมชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และพัฒนาชุมชนให้สามารถประหยัดค่าไฟในครัวเรือน
 
มิติที่ 4  สุขภาวะทางสังคม ดำเนินการด้านสุขภาพที่เพียงพอให้กับชุมชน ให้ชุมชนมีความปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ รวมถึงความสามารถในการปรับตัวในสภาวะต่าง ๆ
 
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ และเครือข่ายในการพัฒนา สร้างสรรค์ในมิติต่างๆ เพื่อต่อ “ภาพจิ๊กซอว์” ของโครงการ SSC ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
 
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่สำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว อาทิ “Sensor for All” เครื่องเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นและคุณภาพอากาศ ซึ่งร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนสามารถติดตามและป้องกันตนเองจากฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปัจจุบันติดตั้งแล้วที่โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง จำนวน 20 เครื่อง และพื้นที่อื่นๆ จำนวน 11 เครื่อง ได้แก่ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ 2 เครื่อง และสำนักงานเคหะชุมชนพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 9 พื้นที่ ประกอบด้วย ร่มเกล้า, หนองจอก, รามคำแหง, นวมินทร์, ออเงิน, บ่อนไก่ นนทบุรี, ปทุมธานี และนครปฐม
 
 
นอกจากนี้ ยังดำเนินการด้านจัดการน้ำเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมโมเดลการจัดขยะ และการทำถังหมักรักษ์โลก (Green Cone) รวมถึงมีแนวทางด้านการจัดการพลังงานด้วยการการติดตั้ง Smart Meter (เครื่องมือวัดพลังงานแบบไร้สาย) เพื่อวัดการใช้พลังงานของแต่ละอาคาร โดยแสดงผลการใช้พลังงานผ่านการแสดงผลในรูปแบบ Dashboard ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยภายในโครงการรับรู้ข้อมูลการใช้พลังงานของตน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการช่วยกันลดการใช้พลังงานขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างวางแผนติดตั้ง Solar Powered Pump โดยนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาใช้ในการสูบน้ำเข้าถังเก็บน้ำ และกรณีที่ไม่มีการทำงานของปั๊มน้ำ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จะถูกส่งไปที่ตัวอาคารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในอาคารต่อไป รวมถึงอยู่ในระหว่างวางแผนจะติดตั้ง Solar Powered Aerator เพื่อเติมอากาศบำบัดบ่อนํ้าเสียนายวิชัย คำบุญเรือง ผู้นำชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทร บางโฉลง นิติ 1 การเคหะแห่งชาติ ชี้ว่า ความคืบหน้าของโครงการ SSC ที่บางโฉลง ทุกวันนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อเกิดตัวอย่างที่สร้างประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ก็ทำให้เกิดความร่วมมือจากสมาชิกผู้อยู่อาศัยในชุมชนเพิ่มมากขึ้น โดยใช้พลังกลุ่มเยาวชนซึ่งมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม
 
 
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ระบุว่า จากผลการดำเนินการต่าง ๆ ที่โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งได้รับการตอบรับจากผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดี การเคหะแห่งชาติ จึงมีแผนที่จะขยายผลต่อเนื่องในปี 2565 อีก 5 ชุมชน ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง ระยะ 1จ.สมุทรปราการ, โครงการบ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่บางพลี (เฟส 2) จ.สมุทรปราการ, โครงการบ้านเอื้ออาทรระยอง (บ้านฉาง 3) จ.ระยอง, โครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 จ.ปทุมธานี และโครงการบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 จ.นนทบุรี (บางกรวย-ไทรน้อย)
 
 
“เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาโครงการ SSC เพื่อผลักดัน และนำพาทุกชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ก้าวสู่ Smart and Sustainable Community บูรณาการด้วยหลัก 3P ได้แก่ Profit ผลกำไร, People คุณภาพชีวิตของประชาชน และ Planet สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อประโยชน์และความสุขอย่างยั่งยืนของผู้อยู่ในอาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาตินั่นเอง” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าว