วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.02 น.
สุวรรณภูมิ พร้อมรับผู้โดยสารช่วงวันหยุดต่อเนื่อง
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมเนื่องจากจะมีวันหยุดต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 13 -17 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) คาดการณ์ว่าในช่วงวันดังกล่าว จะมีผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศใช้บริการ ณ ทสภ. เป็นจำนวนมากเฉลี่ยวันละ 90,000 คน และมีเที่ยวบินโดยสารเฉลี่ยวันละ 580 เที่ยวบิน
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริการผู้โดยสารเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว ทสภ. ได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ตลอดจนความพร้อมของบุคลากรด้านการให้บริการโดยได้ทำการประสานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (Airline Operators Committee : AOC) ให้ทุกสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้นมีความพร้อมให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานในส่วนของผู้โดยสารขาออก ทสภ. ได้เปิดใช้งานเคาน์เตอร์เช็คอินรองรับการให้บริการของสายการบินครบทั้ง 318 เคาน์เตอร์ รวมทั้งมีระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service หรือ CUSS) จำนวน 196 เครื่อง และ ระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag-Drop: CUBD) จำนวน 42 เครื่อง ซึ่งปัจจุบันหลายสายการบินเริ่มใช้งานระบบดังกล่าวแล้วเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็วและลดระยะเวลาการรอคิวเข้าเช็คอิน
.JPG)
สำหรับการอำนวยความสะดวกด้านบริการรถสาธารณะ ทสภ. ได้มีการประสานผู้ประกอบการ อาทิ รถแท็กซี่ รถลีมูซีน รถบัส เพื่อเตรียมรถให้พร้อมเข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารในช่วงดังกล่าวให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น และหากผู้โดยสารต้องการนำรถมาจอด ทสภ. มีอาคารและลานจอดรถรองรับที่เพียงพอ รวมที่จอดรถกว่า 8,000 ช่องจอด สามารถจอดได้ที่ อาคารจอดรถ โซน 2 โซน 3 ลานจอดรถโซน 4 - 7 และลานจอดรถระยะยาวโซน A รวมถึงยังได้เปิดลานจอดรถระยะยาวโซน C ให้ผู้ใช้บริการได้จอดรถฟรีระหว่างวันที่ 12 – 18 กรกฎาคม 2565 พร้อมกับมีรถเวียนภายในวิ่งให้บริการระหว่างอาคารผู้โดยสารกับลานจอดรถทุกโซน ทุก 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง
ในส่วนของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทสภ. ได้เพิ่มรอบทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในพื้นที่อาคารผู้โดยสารอย่างสม่ำเสมอจัดให้มีบริการแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อภายในอาคารผู้โดยสารอย่างเพียงพอ รวมทั้งยังคงเน้นย้ำให้ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงเว้นระยะห่างเมื่อใช้บริการในอาคารผู้โดยสารด้วย