วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 05:15 น.

เศรษฐกิจ

อีสท์ วอเตอร์  โชว์ ผลงานรายได้ ปี 68 พุ่ง 12%

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.12 น.

อีสท์ วอเตอร์  โชว์ ผลงานรายได้ ปี 68 พุ่ง 12%

 


อีสท์ วอเตอร์  (EASTW) แกร่งหลายมิติ! โชว์ EBITDA ปี 68 พุ่ง 12% สะท้อนศักยภาพบริหารต้นทุน เดินหน้าแผนรับมือภัยแล้ง หนุนเทรนด์ Data Center - อุตสาหกรรมไฮเทค

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  (EASTW) เผยผลประกอบการปี 2568 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ดัน EBITDA เติบโตมากกว่า 12%  แม้เผชิญปัจจัยภายนอกทั้งสภาพอากาศฝนตกชุกและสภาวะเศรษฐกิจโลก มุ่งเน้นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่รองรับความต้องการน้ำจากกลุ่มลูกค้า Data Center และอุตสาหกรรมไฮเทคในพื้นที่ EEC

นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  (EASTW)  เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา TRIS RATING จัดอันดับเครดิตองค์กร อยู่ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้จัดหาน้ำดิบรายใหญ่ซึ่งมีโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบที่ครอบคลุมพื้นที่ EEC รวมถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการที่ดีได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดปี 2568 อีสท์ วอเตอร์มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 1,732.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.34 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

โดยแจงปัจจัยกระทบระยะสั้น แต่ย้ำพื้นฐานแกร่ง จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำในภาคการผลิตชะลอตัวลง รวมทั้งปัจจัยทางธรรมชาติที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนถึง 5 ลูกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและระดับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติสูงขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมบางส่วนใช้แหล่งน้ำภายในพื้นที่แทนการซื้อน้ำ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะสั้น ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการในปี 2568 อยู่ที่ 3,552.50 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีการบันทึกค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ  เพื่อรองรับความต้องการน้ำจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมไฮเทคในพื้นที่ EEC ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) ในระยะยาว โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำหากเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในปี 2569 โดยอีสท์ วอเตอร์ ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพและลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำ

มองอนาคต: พร้อมทะยานรับ New S-Curve และ EEC

นายบดินทร์  กล่าวว่า อีสท์ วอเตอร์ได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานไว้อย่างมั่นคงเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันมีโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบรวม 553 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างทั่วถึง 

"เราไม่ได้มองเพียงแค่ผลประกอบการระยะสั้น แต่เราวางแผนไปยังอนาคตด้วยการสร้างความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายการลงทุนของกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมไฮเทคขั้นสูงในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ตามนโยบายผลักดันของภาครัฐ ซึ่งให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ความมั่นคง และความต่อเนื่องในการส่งจ่ายน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้เติบโตได้บนพื้นฐานทรัพยากรน้ำที่มั่นคงและยั่งยืน" นายบดินทร์ กล่าว