วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 17:09 น.

เศรษฐกิจ

กทท.ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ยันยังให้บริการปกติ ไม่กระทบ

วันพุธ ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

กทท.ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ยันยังให้บริการปกติ ไม่กระทบ

 

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้สร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานและต้นทุนการขนส่งทางทะเลในระดับสากล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ กทท. ได้ติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางทะเลของประเทศ

 

 

ทั้งนี้ กทท. ขอยืนยันว่าการให้บริการท่าเรือภายใต้การกำกับดูแลทุกแห่งยังคงดำเนินงานตามปกติ ทั้งท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง โดยมีระบบบริหารจัดการท่าเรือและแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน รองรับเรือเข้า–ออกและการขนถ่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

 

ในด้านการเฝ้าระวัง กทท. ได้ประสานงานกับสายเรือ ตัวแทนเรือ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้ระบบติดตามข้อมูลการเดินเรือและตารางเรือแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินความเคลื่อนไหวของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ หากมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือรอบการเดินเรือ กทท. สามารถบริหารจัดการท่าเทียบและทรัพยากรภายในท่าเรือได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า

 

 “ขณะนี้การให้บริการของ กทท. ยังคงเป็นไปตามปกติ ตลอด 24 ชั่วโมง และยังไม่พบผลกระทบต่อภารกิจหลักด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงอัตราค่าภาระและค่าบริการของ กทท. ยังคงเป็นไปตามอัตราปกติ ไม่มีการปรับเปลี่ยนจากสถานการณ์ดังกล่าว โดย กทท. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมประเมินปัจจัยความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศยังคงมีเสถียรภาพและความต่อเนื่อง“ ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร กล่าว

 

 ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการ และความร่วมมือกับภาคเอกชนในภาคการเดินเรือของไทยมีความพร้อมรองรับความผันผวนในระดับสากล โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ความต่อเนื่องในการให้บริการ และการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน

 

อย่างไรก็ตาม กทท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อยืนยันว่าการขนส่งทางทะเลของประเทศยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคงและไม่กระทบต่อการให้บริการหลักในภาพรวม