วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569 18:48 น.

เศรษฐกิจ

ปอศ.จับมือทีมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยปราบ “ล้งมะพร้าวนอมินีจีน” ราชบุรี ตรวจค้น 8 บริษัท พบผิด 6 แห่ง ฮุบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม กดราคารับซื้อเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ผนึกกำลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่าย “ล้งมะพร้าวนอมินีต่างชาติ” ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี หลังพบพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นบังหน้า เพื่อครอบงำธุรกิจรับซื้อและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมของไทย 

เมื่อวันที่  10 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมแถลงผลเปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ  

ปูพรมค้น 8 บริษัท พบผิด 6 แห่ง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปในพื้นที่ ราชบุรี รวม 8 แห่ง ผลการตรวจสอบพบว่า 6 บริษัทมีพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ขณะที่อีก 2 บริษัทไม่พบการกระทำผิด

จากการสืบสวนพบผู้เกี่ยวข้องรวม 17 ราย แบ่งเป็นคนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย ซึ่งใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบนอมินี โดยให้คนไทยถือหุ้น 51% ตามกฎหมาย แต่ตัวจริงเป็นนายทุนต่างชาติที่ควบคุมกิจการ

กลไก “ล้งทิพย์” คุมตลาดมะพร้าวทั้งระบบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการตรวจสอบปัญหา “ราคามะพร้าวตกต่ำ” ที่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่ราชบุรี ทั้งที่ตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการสูง

การตรวจสอบเชิงลึกพบว่ากลุ่มทุนต่างชาติได้จัดตั้ง “ล้งมะพร้าวอำพราง” ใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นเพื่อดำเนินธุรกิจรับซื้อ แปรรูป และส่งออกเอง ทำให้สามารถควบคุมช่องทางการค้าทั้งระบบ

กดราคาหน้าสวน เหลือลูกละ 2–5 บาท

ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า กลุ่มทุนดังกล่าวครอบงำห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การเช่าสวนมะพร้าว การรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนในต่างประเทศ โดยเฉพาะ จีน

จากการตรวจสอบพบว่ามีการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรเหลือเพียง ลูกละ 2–5 บาท แต่เมื่อส่งออกไปต่างประเทศ ราคากลับสูงถึง ลูกละ 35–50 บาท ทำให้ส่วนต่างกำไรจำนวนมากถูกโอนกลับไปยังนายทุนต่างชาติ

ใช้คนไทยเป็น “หุ่นเชิด”

พฤติการณ์สำคัญที่พบ ได้แก่ ใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน แม้ไม่มีอำนาจบริหารจริง การสั่งการธุรกิจโดยตรงจากต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันสื่อสาร การโอนเงินข้ามประเทศและจัดทำบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ทั้งสัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชี เอกสารการโอนเงิน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมกว่า 10 กล่อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ดำเนินคดีตามกฎหมายธุรกิจต่างด้าว

เบื้องต้นบริษัทที่เข้าข่ายผิดกฎหมายถูกดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้ธุรกิจบางประเภท เช่น การทำสวนหรือค้าผลผลิตทางการเกษตร เป็นกิจการที่คนต่างด้าวไม่สามารถประกอบกิจการได้โดยเสรี

ตำรวจระบุว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงทำให้เกษตรกรไทยสูญเสียรายได้ แต่ยังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวทั่วประเทศ และทำลายกลไกเศรษฐกิจฐานรากของไทยอย่างร้ายแรง

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของเครือข่ายทั้งหมด เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป.