เศรษฐกิจ
กทท.ขับเคลื่อน Smart & Green Port มุ่งสู่ Net Zero เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กทท.ขับเคลื่อน Smart & Green Port มุ่งสู่ Net Zero เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ไทย
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า “ในภาพรวม กทท. ได้กำหนดนโยบาย 2D ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการมุ่งสู่การเป็น Net Zero Port ได้แก่ Decarbonization และ Digitalization อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงพักสินค้า การใช้รถและเครื่องมือทุ่นแรงพลังงานไฟฟ้า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน รวมทั้งปลูกป่าและสร้างฝายเก็บน้ำ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะจากท่าเรืออย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนให้ลูกค้าใช้บริการขนส่งสินค้าทางรางและทางน้ำแทนทางถนน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

สำหรับการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ทำให้ในปี 2568 กทท. สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6.77% หรือ 3,958 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Ton CO₂eq) เมื่อเทียบกับกรณีฐาน ตามการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ครอบคลุมทั้งการปล่อยทางตรงและทางอ้อมจากการใช้พลังงานในกิจกรรมท่าเรือ โดยปัจจุบัน กทท. มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 54,469 Ton CO₂eq ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนโครงการด้าน Decarbonization ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการทำงาน ควบคู่แผนแม่บทสิ่งแวดล้อมขององค์กร”
ทั้งนี้ กทท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 สอดคล้องตามเป้าหมายของประเทศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในระดับสากล ในโอกาสครบรอบ 75 ปี กทท. ฐานะองค์กรที่เสริมพลังเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ มุ่งพัฒนาท่าเรือให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินงาน เสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก และขับเคลื่อนอนาคตประเทศให้เติบโตบนรากฐานของความสมดุลและความยั่งยืนในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








