เศรษฐกิจ
ระนองเดินหน้าปิดดีล 3 ชาติ “จีน–ลาว–เมียนมา” ดัน Andaman Gateway สู่ฮับการค้า BIMSTEC สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 60 ล้านบาท
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ระนองเดินหน้าปิดดีล 3 ชาติ “จีน–ลาว–เมียนมา” ดัน Andaman Gateway สู่ฮับการค้า BIMSTEC สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 60 ล้านบาท
จังหวัดระนองเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Ranong Andaman Gateway” มุ่งยกระดับสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและกลุ่มประเทศ BIMSTEC ควบคู่การเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจไทย–ต่างประเทศ เพื่อผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้สู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วย นางวิภารัตน์ ภูเก้าล้วน พาณิชย์จังหวัดระนอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการจัดกิจกรรม “Ranong Andaman Trade Gateway” ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์เมืองใต้เชื่อมโยงการค้าโลก ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ เฮอริเทจ แกรนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดระนอง

ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยเกิดดีลการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ อาทิ บริษัท Chongqing Dianhua Property Development จำกัด จากสาธารณรัฐประชาชนจีน จับมือกับ บริษัท สยามชัยอาหารสากล จำกัด และ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารบีโบ้ จำกัด ของไทย มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ขณะที่ บริษัท VS Industry Trade and Agriculture Sole จำกัด จาก สปป.ลาว ร่วมมือกับ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารบีโบ้ จำกัด มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ไทย–จีน–เมียนมา ในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี รวมถึงความร่วมมือการค้าชายแดนไทย–เมียนมา ด้านยางพารา มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนความร่วมมือระดับองค์กรระหว่าง สมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มน้ำโขง กับ หอการค้าจังหวัดระนอง เพื่อผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะสิบสองปันนา ผ่านช่องทางค้าปลีกและ Cross-Border E-Commerce
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้แทนการค้าจากเมียนมาเข้าร่วมทั้งในรูปแบบ On Site และ Online ครอบคลุมพื้นที่ ย่างกุ้ง มะริด และเกาะสอง ในหลากหลายสาขาธุรกิจ อาทิ อาหารทะเล การค้า โลจิสติกส์ การนำเข้า–ส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งมีเครือข่ายการกระจายสินค้าครอบคลุมทั้งภายในประเทศเมียนมา และเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมรวม 30 ราย แบ่งเป็น On Site จำนวน 20 ราย จาก 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และระนอง และ Online จำนวน 10 ราย ครอบคลุมสินค้าอาหารทะเลแปรรูป อาหารฮาลาล เกษตรแปรรูป สมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความงาม และหัตถกรรมพื้นถิ่น
ในส่วนของการขยายตลาดภายในประเทศ มีการเชื่อมโยงช่องทางจำหน่ายผ่าน Modern Trade ได้แก่ The Mall, Tops, Super Ship และ MOTHER MARKETING ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์การค้าของประเทศ ในการยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การค้าเชิงพาณิชย์สมัยใหม่
ทั้งนี้ Modern Trade ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ทั้งด้านการพัฒนามาตรฐานสินค้า บรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล พร้อมเชื่อมโยงสินค้าไทยเข้าสู่เครือข่ายค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการผลักดัน Soft Power สินค้าไทย และส่งเสริม SMEs สู่ตลาดคุณภาพ
การเชื่อมโยงผ่าน Modern Trade ดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางการค้าประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี และเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้สู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง
โดยภาพรวม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 60 ล้านบาท จากความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยมี นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวต้อนรับ และ นางวิภารัตน์ ภูเก้าล้วน พาณิชย์จังหวัดระนอง กล่าวรายงาน
ทั้งนี้ “Ranong Andaman Gateway” ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดระนองสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าชายแดนฝั่งอันดามัน โดยใช้ศักยภาพท่าเรือระนองเป็นฐานการขนส่งทางทะเล เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลา พร้อมเปิดประตูสินค้าไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








