วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 03:32 น.

เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ลุยตรวจ “นอมินี-ล้งต่างชาติ” เร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในพื้นที่สมุทรสงคราม-ราชบุรี

วันจันทร์ ที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและราชบุรี ตรวจสอบพฤติการณ์ “นอมินี” ในธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมและล้งรับซื้อผลไม้ พร้อมรับฟังปัญหาจริงจากดสียงเกษตรกรหลังราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างรุนแรง พร้อมเตรียมเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและยกระดับมาตรการเอาผิด เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย และทีมปราบนอมินีลงพื้นที่ จังหวัดสมุทรสงคราม และราชบุรี ร่วมกับคณะสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังข้อมูลกรณีกลุ่มเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างรุนแรง พร้อมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบพฤติการณ์นอมินีในกลุ่มธุรกิจล้งรับซื้อผลไม้

         อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ในการประชุมรับฟังข้อมูล ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดเผยผลการสุ่มตรวจล้งนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์ “นอมินี” หรือการใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อยู่ระหว่างเตรียมเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และกำหนดให้ความผิดเรื่องนอมินีเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน รวมถึงเตรียมเสนอร่างระเบียบนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย สร้างกลไกการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน”

“จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ณ ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีตัวแทนเกษตรกรให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวลูกใหญ่เหลือเพียง 3 บาท และลูกเล็กเพียง 50 สตางค์ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ลูกละ 7 บาท ทำให้เกษตรกรขาดทุนจนไม่มีงบประมาณจัดซื้อปุ๋ยเพื่อบำรุงคุณภาพมะพร้าวให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต่างชาติต้องการ นอกจากนี้ เกษตรกรยังสะท้อนว่า มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น การนำสินค้าไปจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร เนื่องจากติดปัญหาเรื่องไม่มีโรงงานบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่ และเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตมากกว่าด้านการตลาด จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยหาตลาดรองรับมะพร้าวตกเกรดและสนับสนุนปุ๋ยบำรุงสวน”

“หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังสหกรณ์การเกษตรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมแปลงใหญ่วัดเพลง จำกัด จังหวัดราชบุรี โดยทางสหกรณ์ได้เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศยุโรปเพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว พร้อมขอการสนับสนุนงบประมาณในการปรับเปลี่ยนสวนเป็นระบบออร์แกนิก (Organic) เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง “น้ำมะพร้าวปลอม” ที่เกิดจากคำสั่งซื้อของต่างชาติ และปัญหามะพร้าวตกเกรดที่ไม่เป็นธรรม โดยกลุ่มเกษตรกรเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการเพื่อเสริมสร้างขีดสามารถในการแข่งขันทางการค้ามีอำนาจต่อรองกับล้งต่างชาติ และช่วยประชาสัมพันธ์มะพร้าว GI (Geographical Indication) ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า”

“ด้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออก (PK COCO FARM) อำเภอบางแพ    ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ล้งต่างชาติมีพฤติการณ์ตกลงราคารับซื้อร่วมกันเนื่องจากรู้ต้นทุนที่แท้จริง ทำให้สามารถควบคุมราคาทั้งระบบได้ ทางกลุ่มจึงเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนเทคโนโลยีห้องเย็นและโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุน   การเก็บรักษาผลผลิต

 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็นหลัก ดังนี้:

     1. มาตรการควบคุมล้งต่างชาติ: พิจารณากำหนดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกของคนต่างด้าว เพื่อป้องกันการครอบงำตลาดและสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกรไทย

     2. บูรณาการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain): ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า

     3. กวาดล้างน้ำมะพร้าวปลอม: มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อรักษาภาพลักษณ์มะพร้าวไทย

 อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตรวจสอบและหน่วยงานปฏิบัติ เพื่อเร่งคืนความเป็นธรรมและสร้างเสถียรภาพทางราคาให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการและนักลงทุนให้มีความมั่นคง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ แต่จะไม่เปิดโอกาสให้นอมินีหรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสทำลายเศรษฐกิจและประเทศไทย กรมฯพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่ หากธุรกิจรายใดเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินการโดยเด็ดขาดและจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการเอาผิดจนถึงที่สุด ทั้งนี้ การถือหุ้นแทนคนต่างชาติถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ แจ้งเบาะแสนอมินี เพื่อร่วมกันสร้างระบบการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม” 

#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์