วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 09:06 น.

เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์”ลั่นไม่แก้สัญญาสัมปทาน 3สนามบิน-สนามบินอู่ตะเภา  พร้อมเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ยันคุ้มค่าลงทุน

วันอังคาร ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.32 น.

“พิพัฒน์”ลั่นไม่แก้สัญญาสัมปทาน 3สนามบิน-สนามบินอู่ตะเภา  พร้อมเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ยันคุ้มค่าลงทุน
 
           

 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการสนามบินอู่ตะเภา ได้มีการลงนามในสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และรัฐบาลยืนยันว่าจะ ไม่มีการแก้ไขสัญญา เนื่องจากอาจนำไปสู่การฟ้องร้องจากผู้ยื่นประมูลรายอื่นที่ได้ลำดับรองลงมา ซึ่งเคยมีการส่งสัญญาณทักท้วงไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อมีการประมูลและยื่นซองเรียบร้อยแล้ว ทั้งรถไฟ 3 สนามบินและอู่ตะเภา ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าไปตามสัญญา ทั้งนี้ ยอมรับว่าสภาวะวิกฤตหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการประเมินจำนวนผู้โดยสารที่อาจลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขจะไม่ใช่การแก้สัญญา แต่รัฐบาล จะเร่งเติมการลงทุนเข้าไปในพื้นที่ EEC เพื่อเพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการ (Demand) ให้มากขึ้น โดยมีแผนเตรียมเชิญชวนนักลงทุนร่วมสร้างโครงการศูนย์รวมความบันเทิงและสนามกีฬาแบบครบวงจร (Sport Complex) โดยย้ำชัดเจนว่า จะไม่มีการจัดตั้งคาสิโน ในโครงการนี้ รวมถึงแผนดึงดูดการลงทุนด้านสวนสนุกขนาดใหญ่ เช่น Disneyland หรือสวนสนุกชั้นนำอื่น ๆ มาเปิดให้บริการ เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าสู่สนามบินอู่ตะเภาและใช้บริการรถไฟความเร็วสูงสัญญา 3 สนามบิน
             

“ขั้นตอนต่อจากนี้ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการแล้ว สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล จะเร่งดำเนินการหารือและเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติทันที เพื่อผลักดันให้ทั้งสองโครงการหลักสามารถเริ่มการก่อสร้างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ตามเป้าหมาย” นายพิพัฒน์ กล่าว
               

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น  รัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อไปแม้ว่าจะเป็นนโยบายของหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงคมนาคมโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการมาอย่างรอบครอบ ทั้งนี้ พบว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน