เศรษฐกิจ
รถไฟ ยันไม่ปรับขึ้นค่าตั๋ว ช่วงวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น พร้อมนำ ขบวนรถKIHA 40 และ 48 วิ่งทดสอบ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
รถไฟ ยันไม่ปรับขึ้นค่าตั๋ว ช่วงวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น พร้อมนำ ขบวนรถKIHA 40 และ 48 วิ่งทดสอบ
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการเดินรถในช่วงวิกฤตด้านพลังงาน โดยยอมรับว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงพุ่งสูงเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ การรถไฟฯ เตรียมเสนอรัฐบาลขอรับการสนับสนุนงบประมาณชดเชย (Subsidy) เพื่อพยุงราคาค่าโดยสาร ไม่ให้กระทบประชาชน ในส่วนของแผนแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน เดิม รฟท. คำนวณราคาน้ำมันพื้นฐานต้นทุนไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร แต่สถานการณ์ปัจจุบันมราคาน้ำมันดีเซลขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 50-60 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายผันแปรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 30 ซึ่ง รฟท. มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยสูงถึง 220,000 ลิตรต่อวัน ขณะนี้ต้นทุนเราสูงกว่าเดิมมากจากราคาน้ำมันที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ในเบื้องต้น รฟท. จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร โดยจะใช้วิธีรายงานข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการซับซิไดซ์ส่วนต่างราคาพลังงานแทน โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2570 หากราคาน้ำมันเริ่มคลี่คลายลงมาใกล้เคียง 35 บาทต่อลิตร สถานะทางการเงินของ รฟท. จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักอย่างไรก็ตาม รฟท. จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะต่อไป สำหรับแนวโน้มยอดผู้โดยสารยังขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับสถิติจำนวนผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการเต็มทุกขบวน รวมถึงขบวนรถเสริมที่จัดไว้
นอกจากนี้ นายอนันต์ กล่าวภายหลัง ร่วมทดสอบเดินรถเสมือนจริงขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 40 และ 48 ก่อนเปิดให้บริการในรูปแบบ Feeder ดอนเมือง-อยุธยา-ดอนเมือง 20 เมษายน-31 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ การรถไฟได้นำรถดีเซลราง KIHA 40 และ KIHA 48 ซึ่งได้รับมอบจากประเทศญี่ปุ่น จากบริษัท East Japan Railway Company (JR East) จำนวน 20 คัน มาปรับปรุงสำหรับการใช้งานในประเทศไทย ปัจจุบันได้ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จและได้รับการทดสอบระบบอย่างสมบูรณ์ จำนวน 6 คัน พร้อมเปิดให้บริการทดลองในรูปแบบ Feeder เส้นทาง ดอนเมือง-พระนครศรีอยุธยา-ดอนเมือง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทาง
ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการขบวนรถดังกล่าวในวันจันทร์-วันศุกร์ ไป-กลับ รวม 6 ขบวนต่อวัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มทดลองตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน-31 ตุลาคม 2569 โดยมีจุดหยุดรับส่งผู้โดยสาร จำนวน 8 สถานี และที่หยุดรถ 1 แห่ง ประกอบด้วย สถานีดอนเมือง สถานีรังสิต สถานีเชียงราก ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถานีเชียงรากน้อย สถานีคลองพุทรา สถานีบางปะอิน สถานีบ้านโพ สถานีอยุธยา โดยคิดอัตราค่าโดยสารจำนวน 30-50 บาท ตามระยะทาง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







