เศรษฐกิจ
มีนาคม 2569 ธุรกิจจัดตั้งใหม่โตต่อเนื่อง คลอดธุรกิจหน้าใหม่ 7,588 ราย ด้านไตรมาสแรกต่างชาติลงทุนทะลุ 9.7 หมื่นล้านพุ่ง 108%
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลวิเคราะห์การจดทะเบียนธุรกิจเดือนมีนาคม 2569 พบธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,588 ราย เพิ่มขึ้น 5.11% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.10% เมื่อเทียบปีก่อน โดยธุรกิจร้านอาหารและขายปลีกออนไลน์ยังขยายตัวโดดเด่น ด้านการลงทุนจากต่างชาติไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) พุ่งกว่า 97,780 ล้านบาท คิดเป็น 108% สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมีนาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,588 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (7,219 ราย) เพิ่มขึ้น 369 ราย คิดเป็น 5.11% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมีนาคม 2568 (7,432 ราย) เพิ่มขึ้น 156 ราย คิดเป็น 2.10%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 19,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (14,701 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4,799 ล้านบาท คิดเป็น 32.64% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมีนาคม 2568 (38,635 ล้านบาท) ลดลง 19,135 ล้านบาท คิดเป็น 49.53%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 1 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทุนจดทะเบียน 4,488 ล้านบาท ควบรวมระหว่าง บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยทุกประเภท ได้แก่ รับประกันอัคคีภัย รับประกันอุบัติเหตุ รับประกันภัยทางบก ทางน้ำ ทางทะเล ทางอากาศ และรับประกันภัยในการขนส่งทุกชนิดทุกประเภท และรวมถึงธุรกิจประกันภัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ
การจัดตั้งใหม่ช่วง 3 เดือนของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มีจำนวน 23,225 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (23,823 ราย) ลดลง 598 ราย คิดเป็น 2.51%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 3 เดือน สะสมอยู่ที่ 58,576 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (79,920 ล้านบาท) ลดลง 21,344 ล้านบาท คิดเป็น 26.71%
เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1) ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น มีจำนวน 300 ราย เพิ่มขึ้น 182 ราย คิดเป็น 154.24% (YoY) ทุนจดทะเบียน 225 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร มีจำนวน 1,132 ราย เพิ่มขึ้น 159 ราย คิดเป็น 16.34% (YoY) ทุนจดทะเบียน 1,896 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีจำนวน 560 ราย เพิ่มขึ้น 147 ราย คิดเป็น 35.59% (YoY) ทุนจดทะเบียน 729 ล้านบาท
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมีนาคม 2569 มีจำนวน 1,111 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (873 ราย) เพิ่มขึ้น 238 ราย คิดเป็น 27.26% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนมีนาคม 2568 (889 ราย) เพิ่มขึ้น 222 ราย คิดเป็น 24.97%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิก อยู่ที่ 5,244 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (2,533 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2,711 ล้านบาท คิดเป็น 107% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนมีนาคม 2568 (4,842 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 402 ล้านบาท คิดเป็น 8.31%
การจดทะเบียนเลิก ช่วง 3 เดือนของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มีจำนวน 3,236 ราย เพิ่มขึ้น 129 ราย คิดเป็น 4.15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (3,107 ราย)
ทุนจดทะเบียนเลิก 3 เดือน สะสมอยู่ที่ 21,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,185 ล้านบาท คิดเป็น 77.45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (11,859 ล้านบาท)
(ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,073,303 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.22 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 986,972 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 787,205 ราย คิดเป็น 79.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.63 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 198,259 ราย คิดเป็น 20.09% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,508 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.67 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 536,871 ราย ทุนจดทะเบียน 13.88 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 323,187 ราย ทุนจดทะเบียน 2.65 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 126,914 ราย ทุนจดทะเบียน 7.20 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.40% 32.74% และ 12.86% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ
การลงทุนของชาวต่างชาติในไทยประจำเดือนมีนาคม 2569 และ 3 เดือนแรกของปี 2569
การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนมีนาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 104 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 31 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 73 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,351 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ
สำหรับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 347 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (272 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 78 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 269 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 97,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50,747 ล้านบาท คิดเป็น 108% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (47,033 ล้านบาท)
ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สหรัฐอเมริกา 61 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,903 ล้านบาท 2) ญี่ปุ่น 55 ราย คิดเป็น 16% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 21,240 ล้านบาท 3) จีน 54 ราย คิดเป็น 16% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 22,042 ล้านบาท 4) สิงคโปร์ 44 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 18,547 ล้านบาท และ 5) ฮ่องกง 33 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 6,950 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 100 ราย คิดเป็น 27% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 23,098 ล้านบาท
การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 108 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้น 20 ราย คิดเป็น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (88 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 44,001 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 37 ราย ลงทุน 19,535 ล้านบาท ญี่ปุ่น 19 ราย ลงทุน 4,839 ล้านบาท สิงคโปร์ 15 ราย ลงทุน 7,652 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 37 ราย ลงทุน 11,975 ล้านบาท
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







