วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:32 น.

เศรษฐกิจ

บวท.ยกระดับสู่Aviation Hub 

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.02 น.

บวท.ยกระดับสู่Aviation Hub 

       

นายภัทรพงศ์  ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 78 ของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่าบวท. ในการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยครอบคลุมการพัฒนาระบบอุปกรณ์ เทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และ การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้ยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม 

 

       

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า บวท. พร้อมดำเนินงานตามกรอบนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเร่งนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพ  การให้บริการจราจรทางอากาศ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศ THAILAND MODERNIZATION CNS/ATM SYSTEM (TMCS) เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับเที่ยวบินของประเทศไทยให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต การพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศ ด้วยระบบ Digital Tower ในรูปแบบ Hybrid สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่น เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และในรูปแบบ Remote Tower สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น เช่น สนามบินนราธิวาส สนามบินเบตง 

 

นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภาให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการออกแบบการพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ (Metroplex) 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา , กลุ่มสนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และกลุ่มสนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทยมีศักยภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางบินและการออกแบบห้วงอากาศ โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่ ปรับปรุงจากเส้นทางบินรูปแบบทางเดียว (Single Route) ให้เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน (Parallel Routes) ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน