วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:50 น.

เศรษฐกิจ

“วราวุธ” กางโรดแมป ONE MIND  ดัน กนอ. สู่ศูนย์กลางอุตฯอัจฉริยะ

วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.24 น.

“วราวุธ” กางโรดแมป ONE MIND 
ดัน กนอ. สู่ศูนย์กลางอุตฯอัจฉริยะ


“วราวุธ” กางโรดแมป ONE MIND ดัน กนอ. สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัจฉริยะด้าน กนอ. วางเป้าสานต่องาน EEC- พัฒนา Smart Port มาบตาพุด มุ่งหวังเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่ Low Carbon City

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายเชิงรุกแก่คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมรับฟัง เพื่อร่วมกันทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความยั่งยืนในระดับสากล

 

 

นายวราวุธ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกนอ. ภายใต้นโยบาย ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุนทั่วโลก ประกอบด้วย

เสาหลักที่ 1. Policy Driven & World Bank Partnership ด้วยการผนึกธนาคารโลก (World Bank) นำมาตรฐาน Green Finance มาเป็นกลไกสนับสนุนงบประมาณดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SMEs ในโครงการ Low Carbon Cities เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่เทคโนโลยีสะอาด รองรับอุตฯ Semiconductor และ AI

เสาหลักที่ 2. Personal Vision (Carbon Credit & Net Zero) จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตใน
นิคมอุตสาหกรรม ที่ได้มาตรฐานสากล รองรับระบบ ETS และรับมือมาตรการ CBAM เพื่อบริหารจัดการต้นทุนคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3. Law Reform (ปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน) ปฏิรูปข้อบังคับและกฎหมายให้นำระบบดิจิทัลและการรับรองตนเอง (Self-Certify) มาใช้ โดยตั้งเป้าหมายลดระยะเวลาอนุมัติอนุญาตตั้งโรงงานให้จบภายใน 1 เดือน
เสาหลักที่ 4. People Engagement & Environmental Surveillance ยกระดับการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำขั้นสูงสุด ผ่านระบบตรวจวัดออนไลน์ (BOD/COD Online) หรือ “ตาอัจฉริยะ” ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียสู่ชุมชนอย่างเด็ดขาด


นายวราวุธ กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ผ่านร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ ที่กำหนดให้การรายงานก๊าซเรือนกระจกเป็นภาคบังคับ โอกาสใหม่ๆ เหล่านี้คือความท้าทายและความยั่งยืนจึงได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ทำเลที่ตั้งซึ่งได้เปรียบ ทางกนอ. มีความพร้อมให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย
ให้เติบโตอย่างยั่งยืน 

นายวราวุธ กล่าวว่า พร้อมกันนี้เราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ต้องการขับเคลื่อนกฎหมาย Low Carbon ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Global Value Chain ซึ่งการที่กนอ. มีระบบคาร์บอนเครดิตที่ได้รับความยอมรับจากเวิลด์แบงค์ (World Bank) จะเป็นแต้มต่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก

ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ. พร้อมรับนโยบาย ONE MIND มาถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติการที่เน้นผลสัมฤทธิ์ โดยมุ่งยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการปฏิรูประเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการลงทุนยุคใหม่ตามมาตรฐาน OECD นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของห่วงโซ่การผลิตไทย และสานต่องานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งในพื้นที่ EEC และการพัฒนา Smart Port มาบตาพุด

 นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ. จะเร่งขับเคลื่อนแผนงาน 5 Quick Win ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาระบบ Smart Grid และ Waste Close Loop ในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนและมุ่งสู่ Zero Waste พร้อมยกระดับสาธารณูปโภครองรับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง (Downstream Industry) และเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยนำเทคโนโลยีคลาวด์อัจฉริยะมาใช้บริหารจัดการข้อมูลและบริการแบบ One Stop Service