วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:11 น.

เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์”มอบนโยบาย รฟม. เร่งคลอดตั๋วร่วม

วันพุธ ที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.10 น.

“พิพัฒน์”มอบนโยบาย รฟม. เร่งคลอดตั๋วร่วม

       

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการบริหารงานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่าได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมเชื่อมโยงระบบขนส่งทุกระบบของประเทศ ให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญประกอบด้วย 1.การยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมทั้งเร่งขยายผลการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท ตลอดวัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสาร (Zone-based fare) เพื่อปรับวิธีการคิดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่เป็นธรรม เพื่อดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวัน /2.การเร่งรัดโครงการก่อสร้างและเปิดให้บริการ โดยให้ รฟม. เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผน /3.การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนในอนาคต พัฒนาระบบ Feeder เชื่อมต่อ ล้อ-ราง-เรือ อย่างเป็นระบบ

 

       

“กระทรวงคมนาคมยังคงเป้าหมายที่จะเริ่มใช้ตั๋วร่วมเพื่อให้ รฟม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าผู้เดียว (Single Owner ship) ในต้นปี 70 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน และยืนยันว่าการเจรจาซื้อคืนสัมปทานจะไม่ให้กระทบกับหนี้สาธารณะ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยการเจรจากับผู้รับสัมปทาน 2 ราย อาจไม่จำเป็นต้องซื้อคืนก็ได้ ถ้าไม่สามารถหาเงินได้ก็อาจให้ผู้ประกอบการบริหารการเดินรถไป แต่ให้เข้ามาอยู่ในระบบตั๋วร่วม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดรัฐต้องได้ประโยชน์ “นายพิพัฒน์ กล่าว

       

นายกาญผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ล่าสุดได้ร่วมกับ กรมขนส่งทางราง (ขร.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ รฟม. ทำงานร่วมกันเรื่องการจัดการตั๋วร่วม ทั้งอัตราค่าโดยสาร เพดานราคาตั๋ว หรือโซนการเดินทาง ซึ่งอยู่ ต่างกันการวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนการดำเนินการ ประมาณการผู้โดยสารและรูปแบบการเงินการลงทุน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนว่าระบบตั๋วร่วมที่จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2570 มีกี่สาย จะรวมสายสีเขียวหรือบีทีเอส และสายสีน้ำเงิน (MRT) ได้ทันหรือไม่ เบื้องต้นก็จะมีสายสีแดงและสีม่วง รวมไปถึงว่าจะใช้แนวทางเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานจาก NET Cost เป็น Gross Cost เบื้องต้นเป็นแนวคิดยังต้องสรุปอีกครั้ง เบื้องต้น รฟม.จะว่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งรัฐบาลที่แล้วอนุมัติไว้และดำเนินการต่อในรัฐบาลชุดนี้ 

       

สำหรับรถไฟฟ้าสายใหม่ โดย 3 สายที่โอนจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ /และรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร

 

นั้นคาดว่า น่าจะดำเนินการสายสีน้ำตาลก่อน ส่วนสายสีเงินที่จะเพิ่มการเชื่อมต่อไปสนามบินสุวรรณภูมิและสายสีเทา แต่สีฟ้าอาจจะรอออกไปก่อน 2-3 ปี โดย รฟม.จะมาทบทวนแบบที่ กทม.เคยทำไว้ ส่วนสายสีน้ำตาลได้หารือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่จะออกแบบทางด่วนใหม่ที่จะกระทบพื้นที่ในส่วนสายสีน้ำตาลก็ต้องมีการปรับแบบ โดยจะนำเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลต่อคณะกรรมการ รฟม.ในปลายปี 2569 และรถไฟฟ้าสายสีเงินและสีเทาจะนำเสนอบอร์ดปี 2570