วันศุกร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.19 น.
ไทยคมโชว์กำไรไตรมาสแรกกำไรเพิ่มขึ้น 588 ล้านบาท
ไทยคมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน¹ จำนวน 385 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 240 ล้านบาท หรือ 166% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568
บริษัทย่อยของบริษัทได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับ Amazon Leo ผู้ให้บริการเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit : “LEO”) ของ Amazon โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Distributor) ของบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม Amazon Leo ในประเทศไทย
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส1/2569 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 385 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท หรือ 59.1% จาก242 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 (QoQ) และเพิ่มขึ้น 240 ล้านบาท หรือ 165.5% จาก 145 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 (YoY) การปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคมจำนวน408 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 23 ล้านบาท และปรับตัวเพิ่มขึ้น 236 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
บริษัทมีผลกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 1/2569 จำนวน 588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 352.3% จากไตรมาส 4/2568 (QoQ) และ 390.0% จากไตรมาส 1/2568 (YoY) ที่ 130 ล้านบาท และ 120 ล้านบาทตามลำดับ เป็นผลมาจากรายได้อื่นที่ได้จากดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้าและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย (รายละเอียดเพิ่มเติมในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 11.) รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจำนวน 221 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้สัญญาที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น การอ่อนค่าของเงินบาทจึงส่งผลเชิงบวกต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิของบริษัท
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่นรวมทั้งสิ้น จำนวน 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.7% จากรายได้รวมจำนวน 942 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 (QoQ) และเพิ่มขึ้นจำนวน 218 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.5% จากรายได้รวมจำนวน 740 ในไตรมาส 1/2568 (YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้อื่นที่ได้จากดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้าและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย (รายละเอียดเพิ่มเติมในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 11.)
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทย่อยของบริษัทประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับ Amazon Leo ผู้ให้บริการเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit : “LEO”) ของ Amazon โดยบริษัทได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Distributor) ของบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม Amazon Leo ในประเทศไทย และเป็นผู้ถือสิทธิ Landing Rights หรือการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเพื่อให้บริการในประเทศ ทั้งนี้ บริษัทจะส่งมอบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ของ Amazon Leo ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายปลายทาง เพื่อขยายบริการด้านการสื่อสารไปสู่ลูกค้า ชุมชน และภาคธุรกิจในพื้นที่นอกเครือข่ายการสื่อสารที่มีอยู่เดิม โดยข้อตกลงในครั้งนี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการบริการอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ ที่มีเพิ่มขึ้นในประเทศไทย และยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอนวัตกรรมจากเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สำหรับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในไตรมาส 1/2569 อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 1/2568 แม้ว่าผลประกอบการของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (“แอลทีซี”) ในไตรมาส 1/2568 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเนื่องจากสกุลเงินกีบเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 (QoQ) รวมถึงต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด(“เชน”) ทั้งนี้ บริษัทยังคงได้รับปัจจัยเชิงบวกในระยะยาวจากนโยบายการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่ง สปป.ลาว ที่จะส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง