วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:12 น.

เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์” หนุนยางพารา ผุดถนนปลอดภัยลดการบาดเจ็บ 40% นำร่อง ทล.-ทช. เร่งทดสอบมาตรฐาน 

วันศุกร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.59 น.

“พิพัฒน์” หนุนยางพารา ผุดถนนปลอดภัยลดการบาดเจ็บ 40% นำร่อง ทล.-ทช. เร่งทดสอบมาตรฐาน 

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงนโยบายยกระดับความปลอดภัยบนโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ล่าสุดเตรียมผลักดันการนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยผลิตภัณฑ์ยางพาราเทข้าสู่ระบบทดสอบมาตรฐาน เพื่อมาใช้งานจริงบนท้องถนน สร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยมี นายสมศักดิ์ ปะลาวัน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรแปรรูปยางพาราไทย กลุ่มตัวแทนสหกรณ์ยางพาราทั่วประเทศ พร้อมด้วยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท รองอธิบดีกรมทางหลวง

 

 

ทั้งนี้  ศักยภาพของนวัตกรรมจากยางพาราธรรมชาติ ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยรองรับอย่างชัดเจนจากสถาบันชั้นนำ ม.สงขลานครินทร์ ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น แผ่นยางครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) และ แผ่นยางหุ้มราวเหล็ก (RGC) เป็นต้น ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูดซับแรงกระแทกได้เพิ่มขึ้น 25-45% ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ถึง 35-40% และที่สำคัญยังมีความนุ่มนวลซึ่งเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุข้างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ได้ให้กรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) บูรณาการความร่วมมือในการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากยางพาราเหล่านี้ เข้าสู่กระบวนการทดสอบมาตรฐานการใช้งานจริงในพื้นที่ทดสอบ เพื่อประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิภาพให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจรขั้นสูงสุด ก่อนจะขยายผลการติดตั้งไปยังจุดเสี่ยงต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงพิจารณาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เนินชะลอความเร็วยางพารา หรือแผ่นยางกันลื่น เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานในทุกมิติ

 

 ทั้งนี้ หาก ทล. และ ทช. สามารถนำร่องทดสอบมาตรฐานจนนำไปสู่การใช้งานในวงกว้างได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างอุปสงค์การใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อราคายางพารา และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราไทย โดยเฉพาะสหกรณ์ยางพารากว่า 29 แห่ง ที่ได้ลงทุนด้านเครื่องจักรไปแล้ว ให้สามารถเดินหน้ากิจการต่อไป